posttoday
ทางออกประเทศไทย

ทางออกประเทศไทย

18 เมษายน 2553

 

สงกรานต์ปีนี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่ชาวไทย โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่ใกล้ชิดสถานการณ์ ไม่ค่อยมีความสุขนัก แม้สุดท้ายจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ออกมาเล่นน้ำกัน แต่ลึกๆ แล้วความสูญเสียและความแตกแยกในสังคมไทยได้หยั่งรากลึกยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

ปรากฏการณ์หนึ่งที่มาจากเหตุการณ์เหล่านี้ คือการที่เรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับถูกนำเสนอออกมาอย่างหลากหลายและไม่ตรงกัน เสมือนกับเป็นคนละเรื่องเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีภาพ มี Clip มีเสียง จากเหตุการณ์ต่างๆ แต่ก็กลับมีการนำเสนอที่แตกต่าง ทำให้เกิดความคิดเห็นที่แตกแยกในสังคม ซึ่งบางท่านอาจคิดว่าดี เพราะดูเหมือนเป็นประชาธิปไตย เราต้องมีมุมมองต่างๆ กัน แต่หากมองให้ลึกแล้ว มันไม่ใช่เพราะมีผู้คิดไว้ก่อนว่าต้องการจะให้ผู้บริโภคข่าวสารคิดอย่างไร แล้วปรุงแต่งอาจไปถึงดัดแปลง ให้ข้อมูลที่นำเสนอออกมาเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายของตน

ที่เป็นเช่นนี้ก็มีพื้นฐานจากกิเลสตัณหา ผู้ใดที่กระทำความจริงให้เท็จแล้วนำเสนอนั้น ท่านอาจไม่ได้คิดมากไปกว่าการเอาชนะ หารู้ไม่ว่าท่านได้กระทำกรรมชั่ว อันมีผลกรรมที่น่ากลัว ที่จะตามให้ผลแก่ผู้กระทำ เพราะเป็นการกล่าวเท็จหลอกลวงคนหมู่มาก และทำให้เขาเสียประโยชน์ เกิดความแตกแยก หรืออาจแม้เสียชีวิตเนื่องจากเชื่อความเท็จเหล่านั้น กรรมชั่วที่ก่อขึ้นในการจงใจแสดงเท็จนั้นก็คือ การผิดศีลข้อ 4 ข้อมุสาวาท อย่างครบองค์ประกอบในการล่วงศีลข้อนี้ ซึ่งมีองค์ประกอบ 4 คือ

l อตถํ วตฺถุ เรื่องไม่จริง

l วิสํวาทนจิตฺตํ มีจิตคิดจะมุสาให้ผิดจากความจริง

l ตชฺโช วายาโม มีความพยายามมุสาด้วยกายหรือวาจาตามความประสงค์ของตน

l ปรสฺส ตทตฺถวิชานนํ คนอื่นเข้าใจ มีความเชื่อตามเนื้อความที่มุสานั้น

เมื่อครบองค์ 4 ศีลขาด บางท่านที่กระทำเช่นนี้อาจไม่ได้ถือศีล ก็อาจชะล่าใจว่าคงไม่เป็นไร แต่ความจริงไม่พ้น เพราะศีลข้อมุสาวาทนี้ จะเป็นอกุศลกรรมบถด้วย ถ้าการมุสานั้นก่อให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ที่หลงเชื่อ จึงนับเป็นการกระทำกรรมชั่วที่มีผลร้ายแรง

โทษของการล่วงศีลข้อ 4 นี้ น่ากลัวอย่างหนัก เพราะสามารถนำให้ไปเกิดในอบายภูมิ 4 คือ นรก เปรต อสูรกาย และเดรัจฉาน โทษอย่างเบา ในขณะเป็นมนุษย์ ก็ทำให้ถูกกล่าวตู่ด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นจริง ก็เราเอาความไม่จริงไปให้คนอื่น เราก็จะได้รับการถูกกล่าวหา ถูกใส่ร้ายในสิ่งที่ไม่จริงเช่นกัน และยังมีผลร้ายอื่นๆ อีกมาก

การมุสานั้น ไม่ใช่เฉพาะมุสาเอง “ความพยายาม” ในการมุสานั้นรวมไปถึงการใช้ผู้อื่น การเขียนใบปลิว การโฆษณา ปิดประกาศไว้ หรือบันทึกอัดเสียง หรือพิมพ์เป็นหนังสือ การเขียนต่างๆ ทั้งที่ทำเอง ทั้งที่ใช้คนอื่น ก็เป็นทั้งนั้น แม้เพียงแสดงกิริยาอาการให้คนรู้เรื่อง เช่น สัญลักษณ์ทางกาย มีการสั่นศีรษะ เป็นต้น ก็จัดเข้าด้วย

มุสาจะมีโทษมาก เมื่อผู้เชื่อเสียหายมาก เช่น การเป็นพยานเท็จ ทำให้อีกฝ่ายที่ไม่ผิดได้รับโทษ หรือเสียหายในทรัพย์สิน การมุสาที่ทำให้คนดีแตกแยกกัน ดังนั้นการมุสา ที่ทำให้ความเดือดร้อนเกิดขึ้นแก่ชนหมู่มากเกิดความเสื่อมเสียแก่ประเทศชาติ ก็คงมีผลร้ายทีเดียว

ในระยะหลังๆ นี้จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่เฉพาะมุสาวาทเท่านั้นเจริญ แต่ทั้ง ปิสุณาวาจา คือ การกล่าวส่อเสียดให้แตกกัน ผรุสวาจา คือ การด่าว่าเพราะความโกรธ และสัมผัปปลาปะ ได้แก่ การกล่าววาจาที่ทำลายประโยชน์และความสุข ล้วนเจริญแพร่หลาย ซึ่งเป็นอกุศลทางวาจาครบทั้งสิ้น 4 ประการ ว่าเป็นภาษาชาวบ้านคงต้องบอกว่า “ความปากเสียทุกอย่างกำลังเจริญ” และบางทีก็เป็นที่ชอบใจของผู้ฟังอีกด้วย น่าเสียดายที่เขาอาจไม่รู้ว่า ผู้ใดยินดีพอใจในการกระทำอกุศล หรือผู้ใดกล่าวแสดงประโยชน์ของการทำอกุศล ก็ได้รับผลพวงของอกุศลนั้นๆ ไปด้วย ไม่มากก็น้อยทีเดียว

ความดีทางวาจา อันได้แก่ การมีสัจจะวาจา การกล่าวคำจริง คำสัตย์ คำอ่อนหวาน กล่าวถูกกาลเวลา กล่าวคำก่อให้เกิดความสามัคคีและเกิดประโยชน์ การสนทนาธรรม การแสดงธรรม เป็นต้นนั้น ไม่เจริญ ไม่งอกงาม ในสังคมขณะนี้

ทางออกของประเทศจะอยู่ที่ไหน ถ้าคนไทยไม่ยึดมั่นในคุณธรรม เริ่มต้นจากการมีสัมมาวาจา อย่างน้อย ถ้ายังหยุดการด่าไม่ได้ หยุดการพูดยุยงเสียดแทงกันไม่ได้ ก็ขอให้เริ่มจากไม่พูดไม่กระทำสิ่งที่เป็นการโกหก เพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ เอาชนะอีกฝ่ายหนึ่ง หรือเพื่อแก้แค้นกัน อย่างน้อยถ้าจะพูดให้เกิดสามัคคีหรือพูดดีๆ ต่อกันไม่ได้ ก็ขอให้รักษาเพียงแต่ความจริง เรื่องจริง ไม่ตกแต่งบิดเบือนข้อมูลก็ยังดี อย่าให้ถึงกับหลอกลวงกันจนไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง ในสังคมกันเลย...

การใส่ร้ายกันในสังคมย่อมไม่จบสิ้นเพราะมันเป็นผลของกรรม ... ฝ่ายใดอยากชนะ ต้องรักษาความจริง ไม่ใช่พยายามโกหก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท