
ยื่นถอดครม.ส่อฮั้วเมกะน้ำ
ปชป.รวบ125ชื่อส่งประธานวุฒิถอดถอนซัดทีโออาร์เปิดช่องโหว่หวั่นเสียค่าโง่
ปชป.รวบ125ชื่อส่งประธานวุฒิถอดถอนซัดทีโออาร์เปิดช่องโหว่หวั่นเสียค่าโง่
ปชป.เตรียมยื่นถอดถอน ครม.ทั้งคณะข้อหาฮั้วโครงการน้ำเอื้อเอกชน แฉทีโออาร์เปิดช่องเพียบ
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โฆษกคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติยื่นถอดถอน ครม. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งคณะกรณีอนุมัติให้โครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ให้ 4 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งส่อฮั้วระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่
ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้เข้าประมูลจำกัดมีรายใหญ่ไม่กี่ราย ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ราคากลางตามคำแนะนำของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ที่ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน
“อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด หรือ125 คน ยื่นให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาส่งให้ ป.ป.ช.ต่อไป คาดว่าจะยื่นได้ภายในสัปดาห์นี้” นายอรรถวิชช์ กล่าว
ด้านนายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีโอกาสที่รัฐจะเสียค่าโง่จากเงื่อนไขในทีโออาร์ ตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้กำหนดขึ้น อาทิ ให้เบิกค่าศึกษาความเป็นไปได้ 5% และค่าก่อสร้างอีก 5% จะส่งผลให้เงินเข้าสู่มือของผู้รับเหมาทันที แต่หากเกิดปัญหาผู้รับเหมา เข้าพื้นที่ไม่ได้ เนื่องจากถูกต่อต้านจะเรียกเงินคืนอย่างไร
“ทางเดียวก็คือต่อสู้ในคดีแพ่ง ซึ่งแน่นอนต้องใช้เวลานาน” นายสุวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ กบอ.ได้กำหนดเงื่อนไขรายละเอียดข้อกำหนดและขอบเขตงาน (ทีโออาร์) โครงการน้ำทั้ง 9 แผนงาน (โมดูล) เช่น ขั้นตอนการทำสัญญาผู้รับจ้างจะต้องวางเงิน 5% ภายใน 15 วัน มีสิทธิขอรับเงินค่าศึกษาและค่าออกแบบล่วงหน้าในอัตรา 5% และมีสิทธิขอรับเงินค่าก่อสร้างล่วงหน้าในอัตราไม่เกิน 5% กำหนดอัตราค่าปรับงานศึกษาความเหมาะสมด้านต่างๆ ไม่แล้วเสร็จ คิดค่าปรับ 0.01% ต่อวัน กรณีงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ต้องเสียค่าปรับอัตรา 0.05% ต่อวัน
ด้านนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ กล่าวว่า แผนงานสร้างอ่างเก็บน้ำที่จะสร้าง 21 เขื่อน จะสร้างได้ทันที 30% หลังลงนามในสัญญา ส่วนแผนงานทางผันน้ำจะกระทบน้อยมาก ส่วนใหญ่จะผ่านพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งรัฐชดเชยได้อยู่แล้ว







