posttoday
หอการค้าติงรัฐระบายสต๊อกต้องโปร่งใส

หอการค้าติงรัฐระบายสต๊อกต้องโปร่งใส

20 มิถุนายน 2556

จากปัญหาความไม่โปร่งใสของโครงการรับจำนำข้าวโดยเฉพาะในประเด็นตัวเลขการขาดทุนและการขายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ภาคเอกชนหอการค้าไทย จึงอยู่นิ่งไม่ไหว ออกโรงติงรัฐบาลและยื่นข้อเสนอให้เร่งทบทวนโครงการเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น

จากปัญหาความไม่โปร่งใสของโครงการรับจำนำข้าวโดยเฉพาะในประเด็นตัวเลขการขาดทุนและการขายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ภาคเอกชนหอการค้าไทย จึงอยู่นิ่งไม่ไหว ออกโรงติงรัฐบาลและยื่นข้อเสนอให้เร่งทบทวนโครงการเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้ายื่นข้อเสนอให้รัฐบาลนำไปทบทวน 3 ข้อ คือ 1.รับจำนำตามราคาตลาดและรับแต่นาปีเท่านั้น 2.จัดโซนนิงพื้นที่ปลูกข้าวที่เหมาะสม และ 3.เร่งระบายข้าวในสต๊อกอย่างเปิดเผย เป็นธรรม นอกจากนั้นยังมีมติตั้งคณะทำงานขึ้น 1 ชุด เพื่อติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยมี วิเชียร อัศรัสกร รองประธานหอการค้าไทยเป็นประธาน “รัฐบาลมีปัญหาความไม่โปร่งใสเรื่องการซื้อขาย สต๊อกข้าวและผลกำไรขาดทุนที่แท้จริง ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการขาดความมั่นใจ จึงขอให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ออกมาเปิดเผยตัวเลขการรับจำนำโดยละเอียด ไม่มีความลับ ทั้งปริมาณและมูลค่า” อิสระ กล่าว

ด้านนายวิชัย กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลให้เร่งระบายสต๊อกข้าว เพราะถ้าปล่อยเวลาให้ผ่านไปข้าวจะยิ่งเสื่อมสภาพ และควรใช้วิธีการประมูลเป็นการทั่วไปไม่ใช่ทำแบบลับๆ เพราะเป็นวิธีการที่ไม่มีประสิทธิภา

ขณะเดียวกัน สภาเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นองค์กรตามกฎหมายของชาวนาจากภาคกลาง จะประชุมหารือร่วมกันที่ จ.นครนายก แสดงจุดยืนคัดค้านการปรับลดราคาโครงการรับจำนำข้าว จากตันละ 1.5 หมื่นบาท เหลือ 1.2 หมื่นบาท เพราะเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เนื่องจากต้นเหตุคือการรับจำนำข้าวที่ไม่โปร่งใส

นอกการแก้ปัญหาจึงต้องเป็นการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นกว่านี้จากนี้ การลดราคารับจำนำเหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตันนั้น ยังมีเงื่อนไขเรื่องระดับความชื้นที่รัฐบาลกำหนดให้ไม่เกิน 15% โดยความชื้นที่เพิ่มขึ้นทุก 1% จะคิดราคาโดยหักปริมาณข้าวออก 15 กิโลกรัม (กก.) และหากความชื้นที่ระดับ 25% จะถูกหักปริมาณข้าวออกไป 150 กิโลกรัม ฉะนั้นหากราคารับจำนำตันละ 1.2 หมื่นบาท หรือกิโลกรัมละ 12 บาท ก็จะถูกหักออกไป 1,800 บาทต่อตัน ทำให้ชาวนาจะได้รับ 1.02 หมื่นบาทต่อตัน

วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า การการที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. รวมถึง บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เห็นชอบและนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกจากตันละ 1.5 หมื่นบาทเหลือแค่ 1.2 หมื่นบาท เป็นเรื่องที่ชาวนาทั่วประเทศรับไม่ได้ หากรัฐบาลยังเดินหน้าลดราคา ปรับลดราคาโครงการรับจำนำก็จะระดมชาวนาออกมาประท้วงให้ถึงที่สุด โดยอาจประท้วงตามท้องถนนในหลายจังหวัด หรือหนักสุดอาจเคลื่อนรถไถนาเข้าปิดถนนในกรุงเทพฯ

พรม บุญมาช่วย ประธานสภาเกษตรกรสุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากที่สภาเกษตรกรภาคกลางหารือแล้ว จะยื่นหนังสือคัดค้านการลดราคารับจำนำข้าวถึงผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด เพื่อส่งผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี และรอดูคำตอบรัฐบาลก่อนกำหนดมาตรการคัดค้านต่อไป

เพราะเห็นว่ารัฐบาลกำลังหลงทางและแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทำให้ชาวนาเสมือนลูกที่ถูกลืม ชาวนาจากทั่วประเทศจึงจะเคลื่อนไหวแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นร.ต.เสถียร เวียงลอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา และประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาห้วยยางขาม บอกว่า ราคาเดิมนั้นเหมาะสมแล้ว เพราะช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาให้ลืมตาอ้าปากจากรายได้ที่จำนำข้าวกับรัฐบาลปีที่ผ่านมา โดยวันนี้กลุ่มเกษตรกรทำนา ต.ห้วยยางขาม ร่วมกับเกษตรกรทำนาทั่ว จ.พะเยา ทั้ง 9 อำเภอ ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน จะรวมพลังกันที่ข้างศาลาประชาคม ศูนย์ราชการจังหวัดพะเยา เพื่อยื่นหนังสือผ่าน ผวจ.พะเยา ถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอให้คงราคารับจำนำข้าวไว้ราคาเดิม และชาวนาพร้อมประกาศสนับสนุนนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลต่อไป แต่หากรัฐบาลยังคงนโยบายลดราคาจำนำ ชาวนาก็พร้อมแตกหักกับรัฐบาล

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรคือกลุ่มที่ใช้จ่ายเงินสูงสุด ทำให้มีเม็ดเงินที่เป็นรายได้ของเกษตรกรไหลกลับคืนสู่ระบบ นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยรวม ตลอดทั้งคืนภาษีให้รัฐบาลอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท