
"สบอช."มั่นใจทำสัญญากู้เงินน้ำทัน30มิ.ย.
สบอช.มั่นใจทำสัญญากู้เงินน้ำทัน 30 มิ.ย. ระบุ เบิกจ่ายหลังพ.ร.ก.หมดอายุได้ ด้าน วสท. ชี้ ประมูลเหมาเข่งไม่เหมาะ
สบอช.มั่นใจทำสัญญากู้เงินน้ำทัน 30 มิ.ย. ระบุ เบิกจ่ายหลังพ.ร.ก.หมดอายุได้ ด้าน วสท. ชี้ ประมูลเหมาเข่งไม่เหมาะ
การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชนินทร์ รุ่งแสง สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการโครงการบริหารจัดการน้ำตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท
นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้คัดเลือกเอกชนที่จะมาดำเนินการก่อสร้างโครงการเหลือทั้งหมด 4 บริษัทสุดท้าย โดยสามารถเจรจาในเรื่องราคาอีกก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาในวันที่ 30 ก.ย. ส่วนข้อกังวลที่ระบุว่าจะไม่สามารถดำเนินการโครงการทันวันที่ 30 มิ.ย. ตามกำหนดวันสิ้นสุดอายุพ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทนั้น ยืนยันว่าเมื่อกระทรวงการคลังได้ทำสัญญาเงินกู้ก่อนวันที่ 30 มิ.ย.โครงการก็สามารถเบิกจ่ายงบประมาณหลังจากวันดังกล่าวได้
ด้าน นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงการแก้ปัญหาน้ำ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการประมูลและเอาเวลาเป็นตัวกำหนด เพราะจะเกิดความไม่รอบคอบ แม้จะอ้างว่าต้องรีบทำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งจากการติดตามพบว่า หากน้ำท่วมในปีนี้หรือปีหน้า ก็ไม่สามารถก่อสร้างโครงการป้องกันน้ำท่วมได้ทัน อีกทั้งยังไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลให้ผู้รับเหมา เป็นผู้กำหนดโครงการให้ถูกต้องตามกรอบของกฎหมาย ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะเป็นที่ทราบดีว่าผู้รับเหมา หรือเอกชนนั้นมีจุดมุ่งหมายในการทำงานก็คือผลประโยชน์และกำไร







