posttoday
ดีเอสไอบุกทลายเหมืองเถื่อนจับ7ผู้ต้องหา

ดีเอสไอบุกทลายเหมืองเถื่อนจับ7ผู้ต้องหา

19 มิถุนายน 2556

ดีเอสไอสนธิกำลังตำรวจภาค 8 บุกทลายเหมืองแร่เถื่อน จับ 7 ผู้ต้องหา พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก

ดีเอสไอสนธิกำลังตำรวจภาค 8 บุกทลายเหมืองแร่เถื่อน จับ 7 ผู้ต้องหา พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก

นายธรรมศักดิ์ พงศ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เขต 1 สงขลา พร้อมกับ นายอุดม เพชรคุต ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ ภาค 8 (ดีเอสไอ) ร่วมกับ พ.ต.อ.ศุภโชค พราหมณ์พูน หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามการลักลอบตัดไม้และทำลายทรัพยากรธรรมชาติจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ร.ต.ต.สุรศักดิ์ สุวรรณสาม รอง สว.ป.กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สนธิกำลังกว่า 50 นาย เข้าทำการตรวจสอบเหมืองแร่พื้นที่ หมู่ 3 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็สามารถปิดล้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 7 คน คือนายเริญ ทองเพิ่ม ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว รวมทั้งเป็นผู้ดูแลเหมืองแร่แห่งนี้ พร้อมลูกน้องอีก 6 คน คือนายเคลื่อน อินอักษร  นายเสนอ เรืองเพชร นายสราวุธ คีรีวิหก นายวิโรจน์ ชินพงษ์ นางยุพดี ชินพงษ์  และนายเอกชัย สินโท  ซึ่งทั้งหมดพยายามวิ่งหลบหนีขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงที่เหมืองแร่ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวนั้นมีการทำเป็นโรงงานทำแร่ในเนื้อที่ประมาณ 24 ไร่ มีการสกัดแยกเอาแร่ต่างๆ โดยมีทั้งแร่ดีบุก แร่ไทเทเนี่ยม และแร่อิลเมไนต์ กองเป็นกองขนาดใหญ่ และพบว่าบริเวณดังกล่าวนั้นมีการใช้รถแบ็คโฮทำการขุดเอาดินที่มีแร่ปะปนอยู่เป็นบริเวณกว้าง จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบบ้านที่อยู่ใกล้กับเหมืองดังกล่าว พบมีการนำแร่ที่แยกชนิดแล้วมาบรรจุถุงๆ ละ 40 กก.เศษ เพื่อเตรียมส่งขาย โดยเจ้าของบ้านระบุว่าเพียงแต่ให้เช่าบริเวณบ้านมาแยกแร่บรรจุถุงเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบพบว่ามีการล้างแยกเนื้อแร่ซึ่งมีทั้งแร่อิลมาไนท์ แร่ไทเทเนี่ยม และแร่ดีบุก ถูกกองรวมไว้เพื่อเข้าโรงแต่งอีกครั้ง มีน้ำหนักกว่า 100 ตัน และแร่ดีบุกที่ถูกบรรจุในกระสอบแล้วกว่า 30 กระสอบ รวมมูลค่าทั้งหมดมากกว่า 10 ล้านบาท โดยการแยกแร่ดีบุกและแร่อิลมาไนท์ออกจากกัน จึงทำการตรวจยึดเพิ่มเติมอีกมากกว่า 1 ตัน ส่วนราคาแร่ดีบุกจะอยู่ที่ 3.8 หมื่นบาทต่อหาบ หรือ 60 กก.ส่วนแร่อิลมาไนท์จะอยู่ที่ 1 หมื่นบาทเศษต่อตัน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อประกอบคดี

นายธรรมศักดิ์ พงศ์ประเสริฐ ผอ.อุตสาหกรรมเหมืองแร่ เขต 1 สงขลา กล่าวว่า การเข้าตรวจสอบจับกุมในครั้งนี้ ได้รับการร้องเรียนว่ามีนายทุนเข้ามาทำลักลอบทำเหมืองแร่เถื่อน โดยแจ้งมาทางตนและ DSI จึงมีการประสานงานร่วมกันกว่า 1 เดือนก่อนจะเข้ามาตรวจสอบก่อนจะสนธิกำลังกับอีกหลายฝ่ายเข้าทำการจับกุม ซึ่งพบว่าพื้นที่ที่เข้ามาทำเหมืองแร่ดังกล่าวทำกันเยอะ และนานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนแล้ว ปริมาณแร่ที่จับกุมเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งไม่รู้ว่าที่ทำเป็นแร่ดิบส่งขายที่ไหนบ้าง เพราะไม่มีการขออนุญาตการทำเหมืองแร่มาก่อน

“เพราะฉะนั้นส่วนที่ออกไปนั้นรัฐเสียประโยชน์จากรายได้ดังกล่าวไม่รู้เท่าไร แต่คาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ล้านที่รัฐเสียประโยชน์ตรงนี้ไป โดยปริมาณดินหางแร่ที่ขุดออกไปพบว่ากว่า 1 แสนตัน ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังรังวัดพื้นที่อยู่ว่ามีการขุดไปแล้วเท่าไร ซึ่งหลังจากจับกุมในครั้งนี้ก็จะทำการสอบขยายผลถึงแหล่งรับซื้อ หากไม่ขยายผลก็เหมือนกับกฏหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ประกอบการก็จะย่ามใจ และทำต่อในพื้นที่อื่นๆ เหมือนกับกรณีในภาคอื่นๆ ซึ่งเรื่องนี่เป็นนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมให้ดำเนินการผู้กระทำผิดเกี่ยวกับเหมืองแร่” นายธรรมศักดิ์ กล่าว 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท