
ตำรวจเร่งตามพยานปากเอกคดีรถหรู
ตำรวจสืบสวนภาค3เร่งตามหานทีพยานปากเอกคดีรถหรู เรียก5คันกลับมาตรวจสอบเพิ่มหลังส่งคืนเจ้าของ
ตำรวจสืบสวนภาค3เร่งตามหานทีพยานปากเอกคดีรถหรู เรียก5คันกลับมาตรวจสอบเพิ่มหลังส่งคืนเจ้าของ
พันตำรวจเอกภาณุ บูรณศิริ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถหรู ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาว่าล่าสุด ทาง ดีเอสไอ ได้ลงพื้นที่ทำการเก็บข้อมูลและหลักฐานด้วยตนเองอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัตินั้นได้มีความคุ้นเคยกันในการทำงานมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงทำให้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารและข้อมูลกันอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งทาง ดีเอสไอ ได้นำหมายจับของศาลอาญา ที่ 1038/2556 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ในข้อหา ให้จับกุม นายนที ริ้วทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่62 หมู่ที่4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทุบรี จ.นนทบุรี ในข้อหา ร่วมกันลักลอบนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันสำแดเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษี , ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยกันจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือโดยผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง
ผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีตำหนิ ที่สำคัญคือ นิ้วหัวแม่มือด้านขวาขาด และแขนซ้ายขาด ซึ่งต่อจากนี้ไป ทางชุดสืบสวน ตร.ภ.3 จะนำหมายจับดังกล่าว แจกจ่ายไปยังสถานีตำรวจภูธรทั้ง 8 จังหวัด เพื่อดำเนินการติดตามจับกุม แต่จากการสืบสวนในเชิงลึกทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวยังคงเก็บตัวเงียบ ซึ่งก็อาจจะมีนายทุนที่คอยเป็นแหล่งให้ที่พักพิง และตนยืนยันว่าหากมีการหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ ตร.ภ.3 จะสามารถติดตามจับกุมไดเอย่างแน่นอน แต่ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวเข้าในพื้นที่ ตร.ภ.3
จากการสืบสวนทราบว่านายนที ฯ มีหน้าที่ที่ค่อยติดต่อและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่จัดเตรียมเอกสารต่างๆ เมื่อรถหรูมาถึงที่จดทะเบียน นายนทีฯ ก็จะมีหน้าที่นำเอกสารกับตัวรถคันนั้นมาผนวกกัน ก่อนที่จะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีการรอรับอยู่แล้ว เพื่อให้รถยนต์คันดังกล่าวที่ไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น สามารถเป็นรถที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นตนจึงอยากให้นายนทีฯ ได้มีการประสานขอเข้ามอบตัวต่อ ดีเอสไอ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง
พันตำรวจเอกภาณุฯกล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีรถหรู ทั้ง 8 คัน ในพื้นที่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนคราชสีมา ได้มีการนำมาตรวจสอบที่ สภ.บัวใหญ่ นั้น ล่าสุดตนเองยังได้รับทราบแต่เพียงวาจาเพียงเท่านั้น โดยยังไม่มีการสรุปเป็นเอกสารส่งมายัง ตร.ภ.3 แม้แต่คันเดียว อีกทั้งยังได้มีการส่งมอบรถยนต์หรู คืนแก่เจ้าของไปแล้ว 5 คัน ดังนั้นจึงคิดว่าการดำเนินการของ สภ.บัวใหญ่ นั้นยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากทาง สภ.บัวใหญ่ ได้ให้แต่เพียงนายช่างขนส่งมาเป็นผู้ตรวจสอบแค่หมายเลขตัวเครื่องและหมายเลขตัวเท่า ว่าตรงตามที่ได้มีการแจ้งขอจดทะเบียนเพียงเท่านั้น ก็ได้ส่งคืนรถให้เจ้าของ ซึ่งตามหลักจะต้องมีการตรวจสอบทางของกองพิสูจน์หลักฐาน ว่าหมายเลขเครื่องหรือหมายเลขตัวถัง นั้นมีการดัดแปลงหรือขีดลบหรือไม่ ดังนั้นทางกองบัญชาการภาค3 จึงได้มีการสั่งการให้ ดำเนินการเรียกรถยนต์หรูทั้ง 5 คัน ที่ได้ส่งคืนเจ้าของไป นั้นกลับคืนมาเพื่อทำการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 1 -2 สัปดาห์
ขณะเดียวกันทางพลตำรวจโทเชิด ชูเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 ได้มีการสั่งการให้มีการตรวจสอบรถหรูหรือรการจดทะเบียนรถหรู ในพื้นที่ที่รับผิดชอบทั้ง 8 จังหวัด ซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวน ตร.ภ.3 ก็ได้เร่งมือในการดำเนินการตรวจสอบ แต่ก็จะต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากการตรวจสอบเอกสารรถหรู แต่ละคันจะต้องใช้ระยะเวลา เพราะเอกสารแต่ละคันมีประกอบมาไม่น้อยกว่า 100 แผ่น ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต , ภาษีศุลกากร , เอกสารการนำเข้า และภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบที่มละเอียดว่าคันไหนมีพิรุธ อย่างเช่นในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ที่ตรวจรถหรูทั้งสิ้น 24 คัน มีพิรุธ ทั้งหมด 18 คัน ดังนั้นในจำนวน 18 คัน ก็จะต้องมีการประสานไปยัง ดีเอสไอ อีกครั้งหนึ่ง พันตำรวจเอกภาณุฯกล่าว







