
ศอฉ.แจงตั้ง'อนุพงษ์'คุมกำลัง-ปัดปลด'สุเทพ'
ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่องการปรับโครงสร้างศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ใหม่ โดยมอบอำนาจให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขปราบปรามการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อกลุ่มก่อการร้ายโดยเฉพาะ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่านายสุเทพถูกเด้งฟ้าผ่า
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ชี้แจงว่า นายสุเทพยังคงดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.ศอฉ. ตามเดิม รวมทั้งเป็นผู้กำกับการปฏิบัติ ซึ่งจะรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากการทำงานของ ศอฉ. มีทั้งข้าราชการประจำและฝ่ายการเมือง ดังนั้นผู้ที่เป็น ผอ.ศอฉ. จะเป็นผู้กำหนดแนวทางและนโยบายในภาพรวม โดยประสานงานกับภาครัฐและนำมาแปลงเป็นรายละเอียดก่อนที่จะสั่งการลงไปในระดับปฏิบัติ
ขณะที่การแต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบการคุมกำลัง ก็เพื่อให้สายบังคับบัญชาสั้นขึ้น ไม่ต้องขออนุมัติไปถึงรองนายกรัฐมนตรี
ด้าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. กล่าวว่า การแต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ ให้มีอำนาจควบคุมการใช้กำลังในสถานการณ์การชุมนุม จะทำให้เกิดเอกภาพในการบังคับหน่วยได้ดีขึ้น และทำให้การประสานระหว่างเหล่าทัพสอดคล้องกันมากขึ้น
นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การแต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ มองได้ 2 แง่มุม คือ 1.อาจต้องการสร้างเอกภาพในกองทัพในการปฏิบัติต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย 2.เป็นการหนุนให้ฝ่ายการเมืองแก้ปัญหาด้วยการเมือง
อย่างไรก็ตาม นายโคทม มองว่า การแก้ไขปัญหาขณะนี้ยังมองไม่เห็นวิธีอื่นที่ดีกว่าการเจรจา และเชื่อว่าแนวโน้มจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกในไม่ช้านี้
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปรับโครงสร้าง ศอฉ. เป็นการแก้เกมของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ ผบ.ทบ. สลายการชุมนุม เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.อ.อนุพงษ์ เคยแสดงจุดยืนว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ฉะนั้นหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลก็จะถูกปลดก่อนเกษียณอายุราชการ เพื่อแต่งตั้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ขึ้นแทน
เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า รัฐบาลต้องการตัดนายสุเทพให้พ้นจากความรับผิดชอบ และให้นายสุเทพหันไปเดินเกมใต้ดินแทนและยังเป็นการต่อรองบีบบังคับ พล.อ.อนุพงษ์ หากไม่ปฏิบัติตามก็อาจถูกเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. เพราะถือว่าไม่ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีหนังสือให้โอนกำลังทั้งหมดกลับไปยัง สตช. จากเดิมขึ้นกับ ผอ.รมน.ภาค 1 หรือแม่ทัพภาคที่ 1 โดย ศอฉ. จะสั่งตรงไปยัง สตช.
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของ บช.น. บช.ภ.1, 2 และ 7 จะขึ้นตรงกับ ศปก.ตร. ที่มี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เป็นผู้สั่งการ โดยภารกิจอื่นใดที่นอกเหนือการสั่งการต้องได้รับเห็นชอบจาก ศปก.ตร. ก่อน







