
ประยุทธ์วอนม็อบอย่าชุมนุมรุนแรง
ผบ.ทบ.วอนม็อบอย่าชุมนุมรุนแรง ห่วงหน้ากากขาวปะทะแดง ชี้”เฉลิม”ปูดมือที่ 3 จ้องวางบึ้มแค่เป็นห่วง ไม่ห้ามทหารร่วมชุมนุม แต่ไม่เหมาะ
ผบ.ทบ.วอนม็อบอย่าชุมนุมรุนแรง ห่วงหน้ากากขาวปะทะแดง ชี้”เฉลิม”ปูดมือที่ 3 จ้องวางบึ้มแค่เป็นห่วง ไม่ห้ามทหารร่วมชุมนุม แต่ไม่เหมาะ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯว่า การชุมนุมเป็นเรื่องของประชาธิปไตยซึ่งปัญหาประชาธิปไตยของประเทศไทยมีมายาวนานตั้งแต่พ.ศ.2475หาประชาธิปไตยกันเจอบ้าง ไม่เจอบ้าง ก็ต้องหากันต่อไป แต่ขอร้องว่า ทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น ทำอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย ทำอย่างไรไม่ให้คนในชาติแตกแยกกัน คิดว่า เราเป็นคนพุทธที่มีความโอบอ้อมอารีต่อกัน เอื้ออาทรต่อกัน เราคงไม่มาฆ่าฟันกัน ต้องไปแยกแยะกันให้ดีว่าการชุมนุมเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตย
ที่ผ่านมารามีบทเรียนมาแล้ว หากมีการชุมนุมและใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น จะเป็นการยากที่จะให้เจ้าหน้าที่ทำให้เกิดความสงบได้ทั้งหมด100 เปอร์เซ็นต์และเจ้าหน้าที่จะลำบากใจในการทำงานคราวนี้ทหารไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ทหารเป็นประชาชนที่คอยฝ้าระวัง มีอะไรจะแจ้งตำรวจให้ทราบ เราคุยไว้กับผบ.เหล่าทัพหมดแล้วว่า หากมีปัญหาอะไรก็จะเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน เพราะถือเป็นด่านแรกในการแก้ปัญหาภายในทั้งหมดของประเทศชาติ ส่วนทหารจะเข้าไปร่วมชุมนุมนอกเวลาก็สามารถทำได้ เพราะถือเป็นสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่สมควร เพราะต้องพิจารณาตัวเองว่า หากบางสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เขาก็ไม่ควรเข้าไปร่วม เพราะเป็นเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงว่า จะมีมือที่3 อาจมาโยนระเบิดเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนมีความเป็นห่วงทั้งสิ้น คิดว่า ทุกท่านที่พูดออกไปเพราะความห่วงใย ต้องมองว่า คนที่พูดมีความหมายอะไร ถ้าเขียนให้เป็นกลางๆไปก็ไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะมือไหน ถ้าจับได้ก็ผิดทุกมือ เพราะกฎหมายมีอยู่ และยังไงเราก็ล้มกฎหมายไม่ได้ เพราะทุกประเทศอยู่ด้วยกฎหมาย ส่วนทหารมีการติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด เพราะมีคนหลายพวกที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน คนไทยมี 60กว่าล้านคน อาจจะมีมือที่ 65 ล้านก็ได้ ทุกคนคิดคนละอย่าง ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้คน 65 ล้านคน คิดไม่เหมือนกันน้อยลงไปทีละกลุ่ม จนท้ายสุดลดลงเหลือเพียงกลุ่มเดียว บ้านเมืองจะไปได้ด้วยดี อะไรที่เป็นปัญหาก็เอากฎหมายมาแก้กันไป เพราะทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้
หากเกิดปัญหาเผชิญหน้ากัน2กลุ่มก็จะต้องหาทางคุยกัน ถามว่าถ้าตีกันใครเสียหาย บาดเจ็บล้มตายไปใครเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาลูกเมียก็เดือดร้อน ลำบากอยู่ คนตายไปต้องนึกถึงลูก เมีย คนที่อยู่ข้างหลังเขาลำบากคิดว่าคนไทยทุกคนต้องรู้จักเคารพตัวเองและเชื่อมันในตัวเอง และมองผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักต้องมองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติจะทำอย่างไรให้ประเทศปลอดภัยและเป็นประเทศที่มีความพร้อมในการเข้าไปสู่ประชาคมอาเซียนปัญหามีกันทุกประเทศ
แต่วิธีการแก้ปัญหาแตกต่างกันไป ต้องเอาปัญหามาปรึกษากันว่ามีกี่ข้อถ้ามี10ข้อต้องค่อยๆแก้กันทีละข้อถ้านำปัญหาทุกข้อมารวมกันแล้วจะแก้ไม่ได้ และจะเป็นการบีบคั้นเจ้าหน้าที่ ประชาชน ทุกอย่างไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลยเหลืออย่างเดียวคือต้องตายกันไปข้างหนึ่งทั้งหมดหรือไม่ซึ่งคงไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เราอย่าให้การเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยจะต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสูญเสีย นองเลือด มันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะประเทศเราเป็นคนไทยพุทธ และทุกศาสนาอยู่ร่วมกัน ช่วยทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่ารัก แล้วทำไมวันนี้เราต้องให้อะไรมาทำให้พวกเราต้องแตกแยกกันออกไป”ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคง ขอให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันให้ได้ และให้ทหารอยู่ในจุดที่พอเหมาะพอควร อย่าเรียกร้องให้ทหารออกไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ทหารจะใช้วิจารณญาณ กฎหมาย และประสบการณ์ ทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุดในการช่วยเหลือประชาชน ท้ายสุดคนเดือดร้อน คือ ประชาชน การเรียกร้องประชาธิปไตยร้อยครั้ง หรือพันครั้งคนสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตาย คือประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนยากจน ไม่ใช่คนรวย นั่นคือ ปัญหาของเราคือจะทำอย่างไรให้เขาอยู่ดีกินดีอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระพระบรมราชินีนาถ ได้มีความพออยู่พอกินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องจำว่า เราต้องมีเหตุมีผล มีความพอประมาณ และภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่ง3อย่างนี้จะทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ด้วยดี ขอให้อดทน







