
อินโดนีเซีย
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดจีดีพีอยู่ที่ 8.78 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ใหญ่กว่าขนาดจีดีพีของไทยกว่าเท่าตัว ซึ่งจีดีพีประเทศไทยมีขนาดอยู่ที่ 3.65 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดจีดีพีอยู่ที่ 8.78 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ใหญ่กว่าขนาดจีดีพีของไทยกว่าเท่าตัว ซึ่งจีดีพีประเทศไทยมีขนาดอยู่ที่ 3.65 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อินโดนีเซียยังเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และมีประชากรมากที่สุดด้วยที่ 240 ล้านคน ส่วนไทยแลนด์ของเรามีประชากรประมาณ 64 ล้านคน
ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่อินโดนีเซียจะเป็นเพียงประเทศเดียวจากภูมิภาคนี้ที่ก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก 20 ประเทศ หรือ จี20 ต่อไปนี้อินโดนีเซียจะคิดทำอะไร ก็แทบจะไม่มองอาเซียนอีกแล้ว เพราะอินโดนีเซียได้ขยับฐานะไปอยู่ในก๊วนเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าอาเซียนไปแล้วครับ
อินโดนีเซีย ได้รับการจับตาว่าจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หวือหวามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนในปีนี้ และถูกมองว่ามีอนาคตที่น่าสดใสมากที่สุดในภูมิภาคนี้ด้วย
แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไปครับ เพราะอินโดนีเซียในวันนี้ กำลังเจอกับปัญหาเดียวกับไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งก็คือ การไหลออกของทุนต่างชาติที่ทะลักออกอย่างต่อเนื่องจนทำให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนลงเป็นน้ำในช่วงนี้ทีเดียว
แต่ยังโชคดีที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีน้ำมันเอง ดังนั้นผลกระทบจากค่าเงินที่อ่อนลงจึงไม่น่าจะส่งผลต่อราคาสินค้าในประเทศมากนัก
กระนั้น สิ่งที่น่ากลัวคือนโยบายของรัฐมากกว่า กับแผนการยกเลิกการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งจะทำให้ราคาเชื้อเพลิงในอินโดนีเซียพุ่งขึ้นทันที 33% กระทบประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ
การยกเลิกการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศของอินโดนีเซียในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะกระทบไปถึงการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศกันเลยทีเดียว เพราะแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจประเทศอยู่ที่ประชากรชนชั้นกลางส่วนใหญ่ของชาติที่มีอยู่ราว 50 ล้านคนในปัจจุบัน (คาดว่าในปี 2014 จะเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านคน) ที่เป็นแรงซื้อ เป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจภายในที่สำคัญของอินโดนีเซีย
ทว่าการเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน น่าจะทำให้พลังซื้อของชนชั้นกลางเหล่านี้ลดลงไปไม่น้อยทีเดียวครับ ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ในอินโดนีเซียนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังจากที่มีประชาชนจำนวนมากไม่พอใจออกมาประท้วงต่อต้านนโยบายดังกล่าวของรัฐไปแล้ว
ดาวรุ่งของอาเซียนดวงนี้ สรุปแล้ว กำลังจะเจอกับปัญหาจากสองทาง คือ พลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศจะลดลง อันเป็นผลจากการเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน
และยังเจอกับปัญหาเงินทุนต่างชาติไหลออกทั้งจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับไทยและฟิลิปปินส์ ครับ







