posttoday
ระบบอาณัติสัญญาณแห่งชาติ(1)

ระบบอาณัติสัญญาณแห่งชาติ(1)

19 มิถุนายน 2556

การสร้างระบบอาณัติสัญญาณของระบบราง และการผลิต ประกอบรถไฟในประเทศไทยช่วยลดต้นทุนโครงการโดยรวมและเป็นการสร้างอิสรภาพของระบบรางไทยอย่างยั่งยืน

การสร้างระบบอาณัติสัญญาณของระบบราง และการผลิต ประกอบรถไฟในประเทศไทยช่วยลดต้นทุนโครงการโดยรวมและเป็นการสร้างอิสรภาพของระบบรางไทยอย่างยั่งยืน

หลักการและเหตุผล

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะสร้างรถไฟฟ้าจำนวน 10 สาย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก็มีโครงการที่จะซื้อรถโดยสารตู้นอนจำนวน 115 คัน ซึ่งหากรวมกันแล้วนั้นมีจำนวนรถทั้งหมดถึง 655 คัน และ ร.ฟ.ท. ก็ยังมีโครงการซื้อหัวรถจักรเพื่อลากจูงอีกจำนวนถึง 70 หัว ทำให้การประกอบรถไฟในประเทศนั้นมีความเป็นไปได้มากขึ้น แต่หากหัวใจของระบบรางมิใช่แต่การสร้างตัวรถไฟหรือการสร้างรางรถไฟเท่านั้น ระบบอาณัติสัญญาณนั้นถือเป็นหัวใจที่แท้จริงของระบบราง หากในการลงทุนครั้งนี้เราสามารถมีระบบอาณัติสัญญาณเป็นของไทยเองได้แล้ว จะเท่ากับว่าเราได้หัวใจของระบบรางมาอย่างแท้จริง

การประกอบรถไฟในประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยสามารถทำได้ และจะเป็นการประหยัดต้นทุนเป็นอย่างมาก จะทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมายที่จะเกิดขึ้นในประเทศ และจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาเป็นของคนไทยในด้านระบบรางอีกด้วย

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านมากมาย และควรใช้โอกาสที่ประเทศจะสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย รถไฟความเร็วสูง และรถไฟของ ร.ฟ.ท. เป็น Spring Board สำหรับที่จะเป็นผู้นำในระบบรางของภูมิภาคนี้ ซึ่งในอนาคตจะยังสามารถเป็นฐานการส่งออกของระบบรางต่างๆ ในภูมิภาคนี้ได้ด้วย

ข้อได้เปรียบอีกประการ คือ บริษัทต่างชาติพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทในประเทศไทย และบริษัทในประเทศก็มีความพร้อมในทุกด้านที่จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี จะเห็นได้จากการประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องจักรขนาดใหญ่ต่างๆ ที่บริษัทไทยได้รับการถ่ายทอด และทำสำเร็จไปแล้วหลายโครงการ

และในขณะนี้ ปี พ.ศ. 2556 รัฐบาลได้ผ่าน พ.ร.บ.เงินกู้จำนวน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยของเราจากนี้ไปจะต้องมุ่งสู่การลงทุนในระบบรางอย่างแน่นอน เอกสารชิ้นนี้ต้องการให้เห็นว่าประเทศไทยน่าจะใช้จังหวะและโอกาสในฐานะที่จะเป็นประเทศที่ลงทุนในระบบรางสูงสุดในภูมิภาคนี้ สร้างความเป็นผู้นำ โดยการที่จะพยายามผลิต และประกอบระบบรางขึ้นได้เองในประเทศ และได้องค์ความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดจนสามารถส่งออกสินค้าเกี่ยวกับระบบรางได้ในภูมิภาค


ต้นทุนของระบบราง

ในการสร้างระบบรางทุกๆ สายขึ้นใหม่ ในต้นทุนส่วนใหญ่จะประกอบด้วยงาน 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ

1.การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถไฟ เช่น ราง อุโมงค์ สถานี M&E (Mechanical and Electrical)

2.ตัวรถไฟ ระบบไฟฟ้ากำลัง แสงสว่าง ระบบตั๋ว

3.ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร

โดยจะมีการแบ่งสัดส่วนของต้นทุนในส่วนด้านบนไว้คร่าวๆ ดังนี้

จากสัดส่วนต้นทุนในข้างต้นจะทำให้เห็นว่าจะมีต้นทุนที่มีสัดส่วนประมาณ 25% ของโครงการอยู่ 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.ราง สถานี 2.ตัวรถ 3.ระบบอาณัติสัญญาณ

ในส่วนที่ 1 การก่อสร้างราง และสถานี ซึ่งมีสัดส่วน 25% ของต้นทุนนั้น ส่วนใหญ่บริษัทก่อสร้างในประเทศไทยสามารถทำการก่อสร้างได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างแบบใต้ดิน บนดิน หรือเหนือดิน โดยอ้างถึงข้อมูลจาก JIC ที่ทำไว้ การก่อสร้างที่ไทยทำจะมีต้นทุนต่ำกว่าต่างประเทศอยู่ประมาณ 23% โดยสรุปแล้วคือ ในส่วนที่ 1 นี้ เราสามารถสร้างในประเทศโดยบริษัทในประเทศและมีต้นทุนต่ำกว่าต่างประเทศอยู่แล้ว

ในส่วนที่ 2 ตัวรถไฟ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 25% เช่นกัน จากการที่ประเทศไทยได้มีการสร้างรถไฟฟ้ามาแล้ว 3 สาย ล้วนแต่เป็นการนำเข้าตัวรถไฟมาจากต่างประเทศทั้งสิ้น ซึ่งส่วนนี้เป็นเงินตราส่วนหนึ่งที่ไหลออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งหากสามารถประกอบและผลิตตัวรถไฟทั้งหมดหรือบางส่วนได้ในประเทศ ก็จะทำให้รักษาเงินตราไว้ในประเทศได้ ในส่วนที่ 2 นี้ เป็นสัดส่วนที่เป็นนัยสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากแทบไม่มีสัดส่วน ซึ่งอุตสาหกรรมในประเทศจะได้ประโยชน์เลย

และ ในส่วนที่ 3 ก็เช่นเดียวกันกับส่วนที่ 2 โดยไม่มีสัดส่วนของอุตสาหกรรมในประเทศเลย ระบบอาณัติสัญญาณนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายการบริหารโครงการที่ใช้เงิน 2 ล้านล้านบาทในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบในการเจรจาต่อรอง

ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ จึงอยากจะใช้โอกาสนี้สร้างระบบอาณัติสัญญาณที่เป็นของประเทศไทยขึ้นเอง โดยการนำเข้าความรู้จากบริษัทต่างชาติ ที่ยอมร่วมมือและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณของไทยเอง ซึ่งทำตามมาตรฐานโลกที่มีอยู่ทั้งระบบ Mass Transit ระบบรถไฟความเร็วสูงและรถไฟระหว่างเมือง ซึ่งการที่ประเทศมีระบบอาณัติสัญญาณที่เป็นของตัวเองจะมีประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น ทำให้ต้นทุนในการสร้างรถไฟแต่ละสาย จากนี้ไปลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือในอนาคตตารางรถไฟของทั้งประเทศสามารถทำให้สอดคล้องกันได้ ทำให้มีการลื่นไหลในระบบโลจิสติกส์ ทั้งการขนส่งคน และการขนส่งสินค้า ซึ่งหากพัฒนาต่อไปในอนาคตยังสามารถดัดแปลงต่อยอดไปสู่การขนส่งทางถนน เช่น รถเมล์ขนส่งมวลชนได้อีกด้วย

ส่วนย่อย 1 Power Supply มีสัดส่วนประมาณ 15% ของต้นทุน

ในส่วนนี้มีการใช้อุปกรณ์ในประเทศอยู่บ้างแล้ว เช่น หม้อแปลง ลูกถ้วย และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มสัดส่วนอุปกรณ์ในประเทศมากขึ้นในโครงการต่อๆ ไป n

อ่านต่อพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท