
อดุลย์ชี้บึ้มรามฯปมขัดผลประโยชน์
ผบ.ตร.เผยยันจับได้ 1 คนร้ายบึ้มหน้ารามได้แล้วเหลืออีก4เร่งตามตัวยันไม่ใช่กลุ่มป่วนใต้ มุ่งปมขัดผลประโยชน์
ผบ.ตร.เผยยันจับได้ 1 คนร้ายบึ้มหน้ารามได้แล้วเหลืออีก4เร่งตามตัวยันไม่ใช่กลุ่มป่วนใต้ มุ่งปมขัดผลประโยชน์
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังมีการจับกุมตัวนายอิดริส สะตาปอ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดหน้าปากซอยรามคำแหง 43\1 ว่า ตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่วางระเบิดไม่ได้อยู่ในกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น หรืออาร์เคเคใหม่ รวมถึงเครือข่ายกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยนอกจากนายอิดริสแล้ว ยังมีผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุอีก 4 คนซึ่งกำลังสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ถูกชักชวนจากเพื่อนให้มาร่วมขบวนการ โดยมีหน้าที่ประกอบระเบิดและวางระเบิด ซึ่งรายละเอียดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนจะเป็นคนเดียวกับที่ปรากฎอยู่ในกล้องวงจรปิดหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามจากการดูประวัติผู้ต้องหารายนี้ ไม่พบว่ามีหมายจับหรือมีประวัติเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในภาคใต้ แต่จากหลักฐานที่รวบรวมได้ในที่เกิดเหตุนั้น ได้เชื่อมโยงว่า ผู้ต้องหาเป็นคนวางระเบิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมตำรวจถึงยืนยันว่าผู้ต้องหารายนี้และพวก ซึ่งเป็นคนภาคใต้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีประวัติผู้ต้องหาที่ก่อเหตุความไม่สงบในภาคใต้ มีหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ และหลักฐานมีความเชื่อมโยงหลายอย่าง โดยขอเรียนว่าการก่อเหตุในภาคใต้แต่ละครั้ง ไม่ได้เป็นเรื่ิองของการก่อการร้ายอย่าวเดียว มีเป็นเรื่องส่วนตัว และเหตุผลขัดผลประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งกรณีระเบิดหน้าปากซอยรามคำแหง ก็มีมูลเหตุที่ตรงกับหลายคดีในภาคใต้ที่การเกิดเหตุไม่ได้เกิดจากกระบวนการก่อความไม่สงบ แต่เป็นบุคคลที่ฝึกมา และถูกชักจูงจากกลุ่มที่มีผลประโยชน์มาก่อเหตุ ทั้งนี้รูปแบบการประกอบระเบิด ไม่ใกล้เคียงกับการก่อเหตุระเบิดในภาคใต้ แต่น่าจะมีการลอกเลียนแบบมา
เมื่อถามว่า เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แผงค้าอีกหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังต้องสอบสวนอีก แต่ในขั้นต้นเราได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว และผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้วางระเบิด โดยการสอบสวนจะมอบหมาย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.ให้ควบคุมการปฎิบัติ และให้ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.และฝ่ายสืบสวนของ บช.น.ดำเนินการขยายผลจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุอีก 3 คนต่อไป







