
สั่งเพิ่มข้อหาแก๊งโจ๋ทำร้ายพลเมืองดี
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1สั่งสอบพยานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก๊งโจ๋ทำร้ายพลเมืองดี-ลวนลามสาว ลั่นเร่งกวาดล้างวัยรุ่นป่วนเมือง
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1สั่งสอบพยานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก๊งโจ๋ทำร้ายพลเมืองดี-ลวนลามสาว ลั่นเร่งกวาดล้างวัยรุ่นป่วนเมือง
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้คุมตัว นายธีรพงษ์ สิบมาเกตุ ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มคนร้ายหนึ่งในผู้ต้องหาที่ทำอนาจารหญิงสาวและทำร้ายพลเมืองดี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่แยกบ่อโพง ถนนสายเซียหลักกิโลเมตรที่ 26 เขตตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่เป็นเยาวชนชายยังถูกสอบปากคำต่อ โดยผู้ต้องหายังอ้างว่าพลเมืองดีชักมีดมาขู่ก่อนทำให้ต้องป้องกันตัว
อย่างไรก็ตามคำให้การของผู้ต้องหาขัดกับคำให้การของ นายวทัญญู ธัญพันธุ์ พลเมืองดีที่ถูกทำร้ายและ น.ส.ณัฐพัชร์ ศรีสังข์งาม ที่ถูกลวนลาม ซึ่งให้การตรงกันว่า ถูกกลุ่มคนร้ายกระทำแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น
พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สอบสวนรวบรวมพยานในคดีนี้เพิ่มเติม หากเข้าองค์ประกอบของกฎหมาย ให้แจ้งข้อหาเพิ่มเป็นร่วมกันพยายามฆ่า และให้แจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์เพิ่มเติม เพราะในระหว่างก่อเหตุมีการชิงเอากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือไปด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการมอบรางวัลตอบแทนผู้ที่เป็นพลเมืองดีเพื่อให้กำลังใจแก่พลเมืองดีที่เป็นแบบอย่างของสังคม คนดีต้องชมยกย่อง ส่วนคนเลวต้องจับกุม
"ขอย้ำว่าอย่าได้พยายามแสดงอิทธิพลเถื่อนหรืออ้างคนใหญ่โตมาข่มขู่พยาน เพราะไม่มีใครเข้าข้างคนผิดแน่นอน ในประเด็นนี้พบว่าทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สอบถามตนเองเช่นกัน และได้เน้นให้เร่งดำเนินการขึ้นเด็ดขาดในโทษสูงสุดที่เข้าองค์ประกอบของกฎหมาย"พล.ต.ท.นเรศกล่าว
ทั้งนี้จะมีการเร่งระดมกวาดล้างกลุ่มวัยรุ่นกวนเมือง กลุ่มวัยรุ่นที่อ้างผู้มีอิทธิพลสร้างความเดือนร้อนรำคาญ หรือพ่อแม่ให้ท้ายกระทำความผิด ทั้งภาค 1 โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ด้าน น.ส.ณัฐพัชร์ กล่าวว่า ขอบคุณตำรวจที่จับกุมคนร้ายได้เร็ว และขอบคุณพลเมืองดีทุกคน ที่ช่วยเหลือ เพราะพึ่งมาลงจากรถจุดนี้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตเพื่อมาทำธุระ หลังลงจากรถกลุ่มคนร้ายเห็นตนแล้วก็เข้ามาประกบเพื่อจะลวนลาม จึงเดินหนีมาที่มีแสงไฟส่องว่างริมถนน แต่คนร้ายก็ตามาจะมาก่อเหตุอีก จึงโบกรถขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งสองสามีภรรยามาช่วย แต่ก็มาถูกทำร้าย หากไม่มีพวกพลเมืองดี คงโดนทำร้ายไปแล้ว







