posttoday
ขาดทุนเท่าไหร่ไม่สำคัญเท่าโปร่งใสหรือไม่

ขาดทุนเท่าไหร่ไม่สำคัญเท่าโปร่งใสหรือไม่

18 มิถุนายน 2556

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลถึงพยายามหาเหตุผลมาหักล้างนักวิชาการ ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่บริษัทผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ว่า รัฐบาลขาดทุนจากการรับจำนำข้าวไม่ถึง 260,000 ล้านบาท โดยตัวเลขของรัฐบาลตอนนี้คือขาดทุน “เพียง” 130,000 ล้านบาท เท่านั้น”

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลถึงพยายามหาเหตุผลมาหักล้างนักวิชาการ ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่บริษัทผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ว่า รัฐบาลขาดทุนจากการรับจำนำข้าวไม่ถึง 260,000 ล้านบาท โดยตัวเลขของรัฐบาลตอนนี้คือขาดทุน “เพียง” 130,000 ล้านบาท เท่านั้น”

ความจริงรัฐบาลไม่จำเป็นต้องแก้ตัวว่า ขาดทุนจากการรับจำนำข้าวมากน้อยเพียงใด เพราะการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายหลักที่ได้หาเสียงไว้และได้แถลงต่อรัฐสภา การรับจำนำข้าวตามนโยบายนี้ทำอย่างไรต้องขาดทุนอยู่แล้ว ส่วนจะขาดทุนเท่าไร ขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่างราคาข้าวในตลาดกับราคารับจำนำที่รัฐบาลกำหนด รัฐบาลไม่ได้สัญญาว่าจะรับจำนำข้าวให้ขาดทุนไม่เกินปีละ 130,000 ล้านบาท

ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานของการรับจำนำข้าวในแต่ละฤดูการผลิตอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก คงไม่ทำให้การรับจำนำข้าวเป็นปัญหาที่ทำให้คนสงสัยในความโปร่งใสถึงการดำเนินโครงการของรัฐบาลอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้

การที่รัฐบาลไม่เปิดเผยตัวเลขจนแล้วจนรอดต่างหาก ที่ทำให้สาธารณชนและหน่วยงานภายนอกทั้งในและต่างประเทศเกิดความวิตกกังวลว่า ผลของการดำเนินการตามโครงการนี้จะกระทบถึงสถานะทางการเงินและการคลังของประเทศอย่างไร อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลไม่เปิดเผยตัวเลขให้สาธารณชนทราบ ทั้งๆ ที่เงินที่นำไปใช้ในโครงการนี้ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นเงินกู้ที่รัฐบาลกู้มา และรัฐบาลยอมชดเชยความเสียหายของเงินทุนหมุนเวียนส่วนที่ ธ.ก.ส. ระดมจากประชาชนมาเพื่อใช้ในโครงการนี้ทั้งหมด

สรุปแล้วไม่ว่าจะระดมทุนมาอย่างไร ถ้าขาดทุนผู้เสียภาษีอากรเป็นผู้รับผิดชอบ จึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะรับรู้ผลการดำเนินงานตามความเป็นจริง

แต่แทนที่จะเปิดเผยตัวเลขอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา รัฐมนตรีหรือข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้อง กลับพยายามลดความน่าเชื่อถือของตัวเลขความเสียหายของคนอื่น โดยกล่าวหาว่าตัวเลขไม่ถูกต้องเพราะคำนวณผิดบ้าง ใช้สมมติฐานในการคำนวณต่างกันบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างเหตุผลที่ขัดต่อหลักวิชาการและความรู้สึกของประชาชน เช่น ไม่สามารถปิดบัญชีเพื่อคำนวณผลขาดทุน เพราะยังขายข้าวที่รับจำนำมาไม่หมด ล่าสุดอ้างว่าตัวเลขการขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่า 260,000 ล้านบาท เพราะคำนวณราคาข้าวในสต๊อกตามต้นทุนที่ซื้อ ...รับจำนำมา ในขณะที่หน่วยงานอื่นคำนวณมูลค่าข้าวในสต๊อกตามราคาตลาด ยิ่งทำให้รัฐบาลสูญเสียความน่าเชื่อถือว่าได้ดำเนินการรับจำนำข้าวอย่างโปร่งใส เพราะการคำนวณราคาสินค้าในสต๊อกเพื่อปิดบัญชีตามหลักการบัญชี โดยใช้ราคาทุนหรือราคาตลาด สุดแต่ราคาใดจะต่ำกว่ากันนั้น เป็นหลักการบัญชีพื้นฐานที่นักเรียนระดับ ปวช. หรือ ปวส. เรียนกันมาตั้งแต่ปี 1 เมื่อรัฐบาลซื้อข้าวมาในราคาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 30% จึงไม่ถูกต้องที่จะคำนวณราคาข้าวในสต๊อกโดยใช้ราคาทุนที่รับจำนำมาเป็นฐานในการคำนวณ

สิ่งถูกต้องที่รัฐบาลควรทำ คือ ให้หน่วยราชการที่คำนวณต้นทุนมูลค่าสต๊อกข้าวจากราคาทุนให้กลับไปคิดต้นทุนใหม่ให้ถูกต้องตามหลักบัญชีขั้นต้นตามราคาตลาด แทนที่จะใช้วิธีการลงบัญชีที่ผิดหลักการบัญชีเป็นเหตุผลชี้แจงต่อสาธารณชนว่า ทำไมตัวเลขการขาดทุนของรัฐบาลจึงต่ำกว่าตัวเลขของนักวิชาการหรือฝ่ายค้าน เพราะไม่มีใครเชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการระดับแสนล้านบาทต่อปีจะทำบัญชีไม่เป็น

สำหรับท่านผู้อ่านบางท่านที่สงสัยว่าความแตกต่างระหว่างการคำนวณราคาสต๊อกข้าวตามราคาทุนหรือราคาตลาดเป็นเพียงทฤษฎีบัญชีหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องวิชาการหรือทฤษฎี เพราะการรับจำนำข้าวต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนปีละ 400,000 กว่าล้านบาท ถ้าไม่ขายข้าวออกไปเพราะกลัวขาดทุน ก็จะไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมาซื้อข้าวรอบใหม่ การอ้างว่าถ้ายังไม่ขายก็ยังไม่ขาดทุน ก็เพราะคำนวณราคาสต๊อกข้าวตามราคาทุน เพราะฉะนั้นถ้าไม่ขายจึงไม่ขาดทุน แต่ไม่คำนึงถึงปัญหาเงินทุนหมุนเวียนที่จะตามมา และดอกเบี้ยที่สูญเสียไปในการซื้อข้าวมาเก็บในสต๊อก

นอกจากนั้น ข้าวเป็นสินค้าเกษตร ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดปัญหาข้าวบูดข้าวเน่าอย่างที่พูดกัน ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งขาดทุนมากขึ้น จะเก็บไว้รอเก็งกำไรยิ่งเสี่ยงมากขึ้น เพราะไทยไม่ใช่ผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างที่หลายท่านเข้าใจ

ท้ายสุดถ้าไม่ขายข้าวในสต๊อกออกไป หรือขายช้าเพราะกลัวขาดทุน ถึงที่สุดรัฐบาลจะไม่มีสถานที่เก็บรักษาข้าวที่จะซื้อเข้ามาใหม่ทุกปี การระบายข้าวออกไปจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะขาดทุนเท่าใด ตราบเท่าที่รัฐบาลยังถือว่าการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ

เพราะฉะนั้น แทนที่จะหาเหตุผลมาโต้แย้งเรื่องตัวเลขการขาดทุน รัฐบาลควรรีบเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริงทั้งหมดออกมาโดยเร็ว ซึ่งผมเชื่อว่ามีพร้อมอยู่แล้ว ตั้งแต่ตัวเลขปริมาณข้าวที่ขายออกไปได้เงินมาคืน ธ.ก.ส 120,000 ล้านบาท จะได้ทราบว่าได้ขายออกไปตันละเท่าไร ขาดทุนเท่าไร ปริมาณข้าวในสต๊อกตามบัญชีที่ยกมาบวกกับข้าวที่รับจำนำใหม่ใน 2 ฤดูการผลิตที่ผ่านมา หักกลบลบกับข้าวที่ขายออกไปเหลืออยู่เท่าไร เก็บรักษาไว้ที่ไหน รวมแล้วเหลืออยู่จริงเท่าไร ตรวจนับเมื่อไร ใครเป็นผู้ตรวจนับ มีการหักค่าเสื่อมอย่างไร และสุทธิแล้วขาดทุนเท่าไร

แค่นี้ก็น่าจะทำให้สาธารณชนสบายใจขึ้นระดับหนึ่งว่า รัฐบาลรับจำนำข้าวอย่างโปร่งใสจะขาดทุนเท่าไร ถ้าเป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาและได้ดำเนินการอย่างสุจริต เพื่อผลประโยชน์ของชาวนาอย่างแท้จริง จะขาดทุน 130,000 ล้านบาท หรือ 260,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นต้นทุนของการดำเนินการตามนโยบาย ซึ่งรัฐบาลมีสิทธิที่จะดำเนินการตามนี้ได้สัญญาไว้กับประชาชนและรัฐสภา

ส่วนนโยบายนี้จะดีหรือไม่ดี คุ้มหรือไม่คุ้มกับความเสียหาย ประชาชนตัดสินใจเองได้

แต่ถ้าเปิดเผยออกมาแล้ว ข้อเท็จจริงส่อพิรุธว่ามีการคอร์รัปชัน ทุจริต โกงกิน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ถ้ามีจริงการปกปิดตัวเลขและข้อเท็จจริงยิ่งทำให้ปัญหาลุกลามขยายตัว ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าการเปิดเผยตัวเลขออกมาอย่างแน่นอน

ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิดหรอกครับ รีบเปิดๆ ออกมาเถิด ถ้าไม่มีอะไรตายอยู่ใต้ใบบัว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท