
สำนักพุทธสรุปไม่ผิดแต่ไม่เหมาะ
พฤติกรรมอันไม่เหมาะสมโดยเฉพาะการสะสมวัตถุทางโลกซึ่งมีความหรูหราราคาแพงของ พระสงฆ์ชื่อดัง จ.ศรีสะเกษ
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
พฤติกรรมอันไม่เหมาะสมโดยเฉพาะการสะสมวัตถุทางโลกซึ่งมีความหรูหราราคาแพงของ พระสงฆ์ชื่อดัง จ.ศรีสะเกษ ถูกตีแผ่ผ่านสังคมออนไลน์ เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์พุ่งใส่หนักหน่วงรุนแรง
ความคิดเห็นหนึ่งที่แสดงออกในเว็บไซต์ ระบุว่า พระรูปดังกล่าวสะสมรถสปอร์ตอยู่ในกุฏิหลายสิบคัน สอดรับด้วยภาพชุดที่เผยแพร่แชร์กันต่ออย่างแพร่หลาย ทั้งภาพคู่กับรถหรู ภาพนั่งอยู่ในห้องบังคับการเครื่องบินส่วนตัว ใส่แว่นกันแดดแบรนด์เนมชื่อดัง ใส่หูฟังในมือกุมไอโฟน เคียงข้างด้วยกระเป๋าหรูระดับไฮเอนด์
นอกจากนี้ ยังมีการส่งต่อภาพท่าทางไม่สำรวมในขณะเดินทางไปต่างประเทศ โดยภาพทั้งหมดมีคำอธิบายชัดเจนว่าแหล่งเผยแพร่แห่งแรก คือ เว็บไซต์ของพระชื่อดังรูปดังกล่าวเอง
ทันทีที่มีการเผยแพร่ภาพชุดดังกล่าวออกมาได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่วัดได้ออกมาตอบโต้ผ่านสื่อออนไลน์เช่นกันว่า ทั้งหมดเป็นการใส่ร้ายหรือป้ายความผิดด้วยการตัดต่อภาพทั้งหมดขึ้น
อย่างไรก็ดี ไม่สามารถหยุดยั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ ที่สุดแล้วประเด็นนี้กำลังเป็นแรงกระเพื่อม ซึ่งส่อเค้าว่าเป็นพฤติกรรม “ปฏิบัติตนผิดโลกวัชชะหรือให้ทางโลกติเตียน”
ที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่เกิดพฤติกรรมเสื่อมเสียของพระในโลกออนไลน์ บทสรุปมักไม่แตกต่างกันคือถูกมองว่า “เป็นความผิดโลกตำหนิติเตียน” ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง เป็นเพียงเรื่องที่ญาติโยมเห็นแล้วไม่สบายใจ เช่นเดียวกับพระที่แต่งกายผิดจากข้อบัญญัติของวินัยสงฆ์
อย่างไรก็ตาม กรณีพระสงฆ์ชื่อดัง จ.ศรีสะเกษ อาจแตกต่างกันออกไป ด้วยมีคลิปภาพเคลื่อนไหวเผยแพร่ กระทั่งมีผู้ร้องเรียนให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตรวจสอบ
นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการ พศ. ระบุว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ศรีสะเกษ ตรวจสอบแล้ว ส่วนที่ระบุว่าพระสงฆ์ในภาพเป็นบุคคลใดนั้น จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนา จ. ศรีสะเกษ ก่อน จึงจะให้รายละเอียดได้
นพรัตน์ บอกว่า หากจะมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นความผิดก็ถือว่า “ผิดอาจาระ” คือ มีพฤติกรรมที่เกินความพอดี มีกิริยามารยาทความประพฤติไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสถานะของความเป็นพระสงฆ์
“จากนี้จะให้เจ้าหน้าที่จับตาพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวว่ายังปฏิบัติตนผิดโลกวัชชะ หรือให้ทางโลกติเตียนอีกหรือไม่ หากกระทำผิดจริงจะประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาลงโทษทันที” นพรัตน์ ระบุ
ขณะที่ วิโรจน์ ไชยวรรณา ผู้อำนวยการ พศ. จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เบื้องต้นจะเร่งตรวจสอบประวัติที่พักสงฆ์และที่พำนักของพระสงฆ์ในภาพว่า ขึ้นทะเบียนกับ พศ.หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบประวัติพระสงฆ์รูปดังกล่าวว่าปัจจุบันสังกัดวัดใด เจ้าคณะใดปกครอง
สำหรับบรรยากาศที่วัดชื่อดังใน จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างเงียบเหงา ทั้งที่โดยปกติแล้วจะมีผู้คนจากหลายจังหวัดเดินทางเข้ามาทำบุญอย่างเนืองแน่น
ชาวบ้านในละแวกวัด เล่าว่า ปัจจุบันมีแต่คนนอกพื้นที่เท่านั้นที่เดินทางเข้ามาทำบุญ แต่คนในพื้นที่ส่วนใหญ่รู้ดีว่าพระสงฆ์ชื่อดังรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายต่อหลายครั้ง จึงไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับวัดเท่าใดนัก แต่ก็ไม่กล้าพูดผ่านสื่อ เพราะเกรงกลัวอิทธิพลมืด เนื่องจากวัดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่รัฐชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก
ทั้งนี้ มีรายงานว่าพระสงฆ์ชื่อดังรูปดังกล่าวไม่ได้จำวัดในช่วงนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส พร้อมด้วยพระสงฆ์อีกประมาณ 10 รูป







