
แถลงได้อิสระ
นับตั้งแต่กลุ่มไทยสปริง นำโดย นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต สว.กทม.และเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ก่อตั้งขึ้นมา ก็พบเจอกับแรงเสียดทานทางการเมืองทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้าม ล่าสุดเจอ นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎรตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ห้องแถลงข่าวของรัฐสภาไม่เหมาะสมเพราะสร้างความขัดแย้งทางการเมือง
นับตั้งแต่กลุ่มไทยสปริง นำโดย นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต สว.กทม.และเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ก่อตั้งขึ้นมา ก็พบเจอกับแรงเสียดทานทางการเมืองทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้าม ล่าสุดเจอ นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎรตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ห้องแถลงข่าวของรัฐสภาไม่เหมาะสมเพราะสร้างความขัดแย้งทางการเมือง
ตาม “ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา พ.ศ. 2551” ระบุว่าบุคคลที่มีสิทธิใช้ห้องแถลงข่าวได้ประกอบด้วย 1.ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2.ประธานและรองประธานวุฒิสภา 3.สมาชิกรัฐสภา 4.อดีตสมาชิกรัฐสภา และ 5.บุคคลที่สมาชิกรัฐสภารับรอง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการจำกัดว่าหัวข้อข่าวประเด็นใดบ้างที่แถลงได้หรือไม่ได้ เพียงแต่บัญญัติไว้ในข้อ 6 ของระเบียบว่า ผู้แถลงข่าวจะต้องใช้วาจาสุภาพและรักษามารยาทให้เรียบร้อยเท่านั้น
ที่สำคัญ นับตั้งแต่ประกาศบังคับใช้ระเบียบดังกล่าว ทางรัฐสภาก็ให้อิสระกับผู้แถลงข่าวในการนำเสนอประเด็นสู่สาธารณะผ่านสื่อมวลชนได้อย่างเต็มที่ ดังจะเห็นได้จากการที่ สส.พรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงก็เคยใช้เวทีนี้เพื่อแถลงท่าทีตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์หรือกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามอยู่หลายครั้ง ซึ่งประธานสภาในฐานประมุขฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่เคยท้วงติงแต่ประการใด







