posttoday

สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 3 ทรงรื้อฟื้นวันวิสาขบูชาในเมืองไทย

16 มิถุนายน 2556

วันที่ 22 พ.ค. 2359 หรือวันแรม 7 ค่ำ เดือน 9 ปีชวดอัฐศก จ.ศ. 1178 ในรัชกาลที่ 2 กรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 2

โดย...สมาน สุดโต

วันที่ 22 พ.ค. 2359 หรือวันแรม 7 ค่ำ เดือน 9 ปีชวดอัฐศก จ.ศ. 1178 ในรัชกาลที่ 2 กรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นี้เคยประทับวัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) มาก่อน เมื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช แล้ว ได้มีขบวนแห่ไปประทับ ณ วัดมหาธาตุ ทรงดำรงตำแหน่ง 3 ปี 1 เดือน สิ้นพระชนม์ พระชันษา 69 ปี

ตามประวัตินั้นท่านมีภูมิลำเนาอยู่กรุงศรีอยุธยา สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประสูติวันพุธขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย จ.ศ. 1112 หรือ 15 ก.ค. 2293

ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้น สมเด็จพระอริยวงษญาณ ทรงอุปสมบทและประทับที่วัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ มีความรู้ชั้นเปรียญเอก เป็นพระราชาคณะที่พระวินัยรักขิต ในสมัยรัชกาลที่ 1 แทนตำแหน่งพระอุบาลี ซึ่งเป็นตำแหน่งสมณศักดิ์ชั้นสามัญที่สืบต่อมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เหตุที่ต้องเปลี่ยนเพราะชื่อพระอุบาลีนั้น เป็นชื่อพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้า จึงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนเป็นพระวินัยรักขิต และสมเด็จพระอริยวงษญาณ (มี) จึงเป็นพระวินัยรักขิตรูปแรกแห่งรัตนโกสินทร์

สำหรับวัดราชบูรณะ หรือวัดเลียบนั้น เป็นวัดที่ต้องสร้างคู่กับเมืองหลวง ดังเช่นวัดราชบูรณะในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เป็นวัดใหญ่ เป็นคลังเก็บมหาสมบัติในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ส่วนวัดราชบูรณะในกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ตั้งอยู่ที่เชิงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าในปัจจุบัน มองดูแล้วเห็นแต่พระปรางค์ 1 องค์ที่เป็นโบราณสถาน สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ไม่ว่าพระอุโบสถ หรือศาลารายล้วนแต่เป็นของใหม่ มีอายุ การก่อสร้างประมาณ 5060 ปี เป็นส่วนมาก ที่เป็นดังนี้เพราะถูกระเบิดจากฝ่ายพันธมิตรทำลายเมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพา เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้า และสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งสิ้น วัดจึงโดนลูกหลงถูกระเบิดทำลายไปสิ้น ถ้าหากไม่โดนระเบิด สภาพวัดราชบูรณะนั้นใหญ่เทียบวัดใหญ่ๆ ในพระนคร สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) ที่อยู่ที่วัดนี้มาก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยบอกพระวิเทศธรรมกวี (ประเสริฐ ป.ธ. 7 M.A.) เจ้าอาวาสวัดพุทธานุสรณ์ ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ ว่าอยากดูความยิ่งใหญ่วัดราชบูรณะว่าเป็นเช่นไร ให้ดูวัดสระเกศ โดยเฉพาะพระอุโบสถนั้นพิมพ์เดียวกันเลย

เมื่อถูกระเบิดทำลาย ทางรัฐบาลประกาศยุบวัด แต่มีพระรูปหนึ่งรักวัดราชบูรณะมาก ท่านเป็นพระที่มาจาก อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มาอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเห็นความเป็นไปของวัดนี้ตลอด ท่านจึงไม่ยอมให้ยุบ บอกเจ้าหน้าที่รัฐว่าจะปลุกฟื้นคืนชีพวัดราชบูรณะให้จงได้ ท่านคือหลวงพ่อเชี้ยง หรือพระราชวุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดนี้

เมื่อรัฐบาลยินยอมท่านก็เร่งฟื้นฟูโดยได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ วรจักร ที่มีความรู้ทางช่าง และมีบารมีมากในสมัยนั้น ยื่นมือเข้ามาช่วยทุกด้าน ตั้งแต่การก่อสร้าง จัดงานหาเงินมาสร้างวัด ได้ สง่า มะยุระ ผู้ผลิตพู่กันตรา สง่ามะยุระ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางด้านศิลปะมาออกแบบสร้างพระอุโบสถ และการตกแต่งทุกอย่าง จนกระทั่งเราเห็นความสง่างามสิ่งปลูกสร้างในวัดทุกวันนี้

หลวงพ่อพระราชวุฒาจารย์ เป็นที่เคารพนับถือของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ป.ธ. 9) อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ตลอดอายุขัย เพราะเป็นผู้ชักชวนให้สมเด็จมาอยู่วัดราชบูรณะก่อนสงครามและหลังสงครามแล้ว จนกระทั่งไปอยู่วัดชนะสงคราม และเป็นสมเด็จพระราชาคณะในที่สุด

ขอเล่าต่อเหตุการณ์ในรัชกาลที่ 2 พ.ศ. 2337 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระวินัยรักขิต (มี) ขึ้นเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่พระพิมลธรรม ในคราวเดียวกันกับการสถาปนาสมเด็จพระอริยวงษญาณ (ศุข) (วัดมหาธาตุ) ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช และสมเด็จพระพนรัตน์ วัดโพธาราม หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ต่อมาในปี 2350 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระพิมลธรรม (มี) วัดราชบูรณะ เป็นสมเด็จพระพนรัตน์แทนวัดโพธาราม ที่มรณภาพ

เมื่อสมเด็จพระสังฆราช (ศุข) วัดมหาธาตุ สิ้นพระชนม์ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 2 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระพนรัตน์ วัดราชบูรณะ ขึ้นเป็นสมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช จึงเป็นสมเด็จสังฆราชองค์ที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และโปรดเกล้าฯ ให้แห่มาประทับที่วัดมหาธาตุ เป็นการเริ่มต้นธรรมเนียมแห่สมเด็จพระสังฆราชจากพระอารามเดิมมาสถิต ณ วัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุจึงเป็นที่ประทับสมเด็จพระสังฆราชตลอดรัชกาลที่ 2

เกียรติคุณ

เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระพนรัตน์ นั้น ได้สนองพระราชดำริในรัชกาลที่ 2 ในการคัดเลือกพระสงฆ์ไทยให้เป็นสมณทูต เพื่อเดินทางไปเชื่อมศาสนสัมพันธ์กับพระสงฆ์ในเกาะลังกา การส่งสมณทูตไปครั้งนั้นเป็นเกียรติประวัติสำคัญ เพราะคัดเลือกสมณทูตมีคุณภาพ เมื่อเดินทางไปจึงสำเร็จสมประสงค์ตามพระราชดำริ ส่งผลให้พระสงฆ์สองประเทศมีการติดต่อใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ทางศาสนาในเวลาต่อมา

ฟื้นฟูวิสาขบูชา

ประเพณีบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชาในเมืองไทยได้รับการฟื้นฟูในสมัยสมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี) เมื่อพระองค์ได้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ให้ทรงฟื้นฟูประเพณีบูชาในวันวิสาขบูชาให้กลับมาอีก หลังจากเลือนหายไปนานนับหลายศตวรรษ ทั้งนี้เพื่อสนองพระราชดำริว่าควรบูชาในวันสำคัญๆ นอกจากทำบุญ รักษาศีล และบำเพ็ญภาวนา จึงถือว่าสมเด็จพระอริยวงษญาณ (มี) เป็นพระองค์แรกในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ฟื้นฟูวันวิสาขบูชา และได้ประพฤติและปฏิบัติบูชากัน เป็นทั้งประเพณีราษฎร์และประเพณีหลวงถึงปัจจุบัน

ปฏิรูปปริยัติธรรมศึกษา

นอกจากนั้นทรงจัดระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมใหม่ โดยเฉพาะการศึกษาภาษาบาลี โดยแบ่งเป็นชั้นที่สอบได้ให้เรียกว่าเปรียญ 345678 และ 9 ประโยค แทนชั้นของเดิม ที่เรียกผู้สอบบาลีได้ชั้นต้นหรือชั้นที่ 1 เรียกว่า บาเรียนตรี ชั้นที่ 2 เรียก บาเรียนโท และชั้นที่ 3 เรียก บาเรียนเอก ส่วนหนังสือที่เป็นหลักสูตรในการเรียน คือ พระไตรปิฎก ประกอบด้วย พระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม

การปรับปรุงหลักสูตร และชั้นการสอบไล่ใหม่ ทำให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวางมากขึ้น จนเป็นต้นแบบการเรียนถึงปัจจุบัน

พระกรณียกิจพิเศษ

เมื่อ พ.ศ. 2360 ทรงเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ ในคราวทรงผนวชเป็นสามเณรที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และประทับที่วัดมหาธาตุ 1 พรรษา จึงทรงลาสิกขา

อวสานกาล

สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สิ้นพระชนม์ ในวันเสาร์แรม 7 ค่ำ เดือน 10 ปีเถาะ ตรงกับ 11 ก.ย. 2362 พระชันษา 69 ปี ทรงดำรงตำแหน่ง 3 ปี 1 เดือน

ในการพระราชทานเพลิงศพนั้น โปรดเกล้าฯ ให้ทำเมรุผ้าขาวที่ท้องสนามหลวง แล้วชักพระศพสมเด็จพระสังฆราชขึ้นสู่เมรุ มีการสมโภช 3 วัน 3 คืน เป็นการบูชาครั้งสุดท้าย และถวายพระเกียรติในฐานะองค์พระประมุขสงฆ์ หรือสังฆปริณายก

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?