
คาใจทิ้งสร้อย-ฮาร์ดดิสก์หาย
ทนายไม่เชื่อทีมฆ่าเอกยุทธมีแค่2คน ญาติเสียงแตก/ผวาไม่กล้าสู้คดีต่อ
ทนายไม่เชื่อทีมฆ่าเอกยุทธมีแค่2คน ญาติเสียงแตก/ผวาไม่กล้าสู้คดีต่อ
ทนายเอกยุทธสงสัยถ้าฆ่าชิงทรัพย์จริง ทำไมโยนสร้อยทอง แหวน นาฬิกาทิ้ง
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร แถลงภายหลังร่วมสอบปากคำนายสุทธิพงษ์ พิมพิสาร หรือเบิ้ม ผู้ต้องหาฆ่านายเอกยุทธว่า ยังสงสัยในประเด็นเหตุจูงใจการสังหารนายเอกยุทธ คือ เรื่องฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดที่ยังหาไม่พบ และหากคนร้ายลงมือเพราะประสงค์ต่อทรัพย์ เหตุใดจึงนำสร้อยคอทองคำ แหวน และนาฬิกาของนายเอกยุทธไปทิ้งน้ำที่ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้หากหวังทรัพย์สินก็ต้องเก็บไว้
นอกจากนี้ ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ โดยเฉพาะนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถที่โกหกอยู่บ่อยครั้ง และจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจก็ไม่เชื่อว่าจะมีผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่านายเอกยุทธแค่ 2 คนตามที่ให้การ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เคยบอกว่ามี เสธ.คนดังเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายเอกยุทธนั้น ขณะนี้คงบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร เพราะหลักฐานยังไม่ชัดเจนอาจจะหมิ่นประมาทได้ แต่มอบข้อมูลให้ตำรวจตรวจสอบแล้ว คาดว่าน่าจะรู้ความจริงเร็วๆ นี้
นายสุวัตร กล่าวว่า ขณะนี้ญาติของนายเอกยุทธเกิดข้อถกเถียงภายในครอบครัว เนื่องจากบางส่วนไม่ต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตเพราะมีความหวาดกลัวและอยากให้เรื่องจบ แต่พี่ชายและลูกชายของนายเอกยุทธยังต้องการให้หาความจริงต่อไป
“ผมเป็นทนาย หากญาติไม่ต้องการให้ตรวจสอบต่อ ผมก็จะหยุด ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น”
ทนายความนายเอกยุทธ กล่าวอีกว่า ญาตินายเอกยุทธได้ขอให้ไปถอนฟ้องคดีที่นายเอกยุทธเคยฟ้องร้อง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมนายตำรวจอีก 5 นายในข้อหาหมิ่นประมาท แต่ขณะนี้นายเอกยุทธเสียชีวิตแล้ว ต้องมีผู้รับมรดกคดีความก่อนจึงจะสามารถถอนฟ้องได้
ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ในฐานะพนักงานสอบสวนคดีนายเอกยุทธ กล่าวว่า คดีนายเอกยุทธฟ้อง ผบช.น. เป็นเรื่องเล็ก เพราะเพียงเรื่องหมิ่นประมาทกัน







