
ร้องลูกสอบติดได้โควต้าแต่ไม่ได้เรียน
พิจิตรแม่พาลูกร้องทุกข์โรงเรียนประจำจังหวัดทำพิลึกสอบติดได้โควต้าถูกเชิญให้ออกไร้ที่เรียน
พิจิตรแม่พาลูกร้องทุกข์โรงเรียนประจำจังหวัดทำพิลึกสอบติดได้โควต้าถูกเชิญให้ออกไร้ที่เรียน
นางระวีวรรณ ทองป่าหมาก ได้พา น.ส.เจนจิรา สองศร ลูกสาวที่เคยเรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เลขประตัวนักเรียน 28051 เข้าร้องทุกข์ ซึ่งเดิมลูกสาวเรียนชั้นมัธยมต้น ม.3 ที่โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ที่มีนายบุญธรรม อ่อนจันทร์ เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัดพิจิตร ได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่า จากนั้นได้สมัครขอเข้าเรียนระดับมัธยมปลายชั้น ม. 4 เนื่องจากผลการเรียนดี จึงได้เป็นเด็กโควต้าของโรงเรียน ได้เรียนในโปรแกรมสาขาศิลป์ภาษา-ภาษาจีน แต่ครอบครัวอยากให้เรียนในโปรแกรมสาขาศิลป์-คำนวณ จึงไปสอบแข่งขันเพื่อขอเปลี่ยนโปรแกรมที่ได้จากโควตา ซึ่งก่อนเปิดภาคเรียนก็มีผลประกาศสอบว่าสอบได้และได้เรียนที่โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ในโปรแกรมสาขาศิลป์-คำนวณ ต่อมาในวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียน ผู้ปกครองก็ได้เข้าปฐมนิเทศ พร้อมทั้งจ่ายเงิน 2,270 บาท เป็นค่าลงทะเบียนให้ครูสอนภาษาต่างประเทศ 1,000 บาท ค่าห้องคอมพิวเตอร์ 500 บาท ค่าสมัครเข้าเป็นชมรมผู้ปกครองและประกันอุบัติเหตุอีก 770 บาท ทำทุกอย่างครบถ้วน น.ส.เจนจิรา จึงได้เข้าเรียนในชั้น ม 4/6 มีเพื่อนร่วมชั้นเรียน 50 คน จากวันเปิดเรียนถึงวันนี้กว่า 1 เดือนแล้ว ก็ได้มีสภาพเป็นนักเรียนม.4 ของโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ครูฝ่ายทะเบียนก็ได้เรียกไปพบแล้วบอกกับ น.ส.เจนจิราว่า ไม่มีสิทธิเรียนในชั้น ม.4 ของโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม อีกต่อไปแล้ว และขอให้กลับบ้านไปพร้อมทั้งมอบวุฒิการศึกษา ม.3 ให้ถือกลับบ้าน ทันทีที่ น.ส.เจนจิรา ได้รับคำตอบเช่นนั้นก็ถึงกับร้องไห้โฮ ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านไปบอกกับแม่ พอแม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว ก็ถึงกลับเป็นลมเพราะไม่รู้สาเหตุใดว่าลูกจึงไม่ได้เรียน จากนั้นจึงเดินทางไปพบกลับครูฝ่ายทะเบียน ครูก็บอกว่าลูกของเธอติด 0 ในวิชาโลกศึกษา แต่ น.ส.เจนจิรา ก็ชี้แจงกับครูฝ่ายทะเบียนว่าครูประจำวิชาโลกศึกษาให้แก้เกรดการเรียนด้วยวิธีการทำรายงานตั้งแต่หลังประกาศผลสอบม.3 ซึ่งทำเสร็จก็ไปที่โรงเรียนพยายามติดต่อหลายครั้งหาครูประจำวิชาโลกศึกษา แต่หาตัวไม่เจอจึงได้วางส่งรายงานไว้บนโต๊ะของครูประจำวิชาโลกศึกษา
ทั้งนี้ เข้าใจไปเองว่าครูต้องมานั่งที่โต๊ะทำงานและเห็นรายงานที่ตัวเองได้ทำส่ง ประกอบกับเห็นผลประกาศโควตาว่าได้เรียนต่อ ม.4 ในโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิม อีกทั้งขอสอบเข้าม.4 โดยขอเปลี่ยนโปรแกรม จากสาขาศิลป์ภาษา-ภาษาจีน เป็น ศิลป์ภาษา-คำนวณ ก็สอบได้และมีรายชื่อประกาศผลสอบออกมาอย่างเป็นทางการ จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขณะนี้ไม่ได้เรียนมา 4 วันแล้ว ทั้งแม่ทั้งลูก พยายามขอเข้าพบ นายบุญธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เพื่อจะขอความเมตตาแต่หน้าห้องของผู้อำนวยการ ก็บอกว่าไปราชการ - ไปประชุม จึงเกรงว่า น.ส.เจนจิรา ลูกสาวจะหาที่เรียนไม่ได้ เพราะขณะนี้เปิดเรียนมาแล้วกว่า 1 เดือน คงไม่มีโรงเรียนของราชการแห่งไหนเปิดรับให้เรียน ทำให้มีความทุกข์จึงมาร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าว ขอให้เป็นสื่อกลางช่วยเหลือ น.ส.เจนจิรา ลูกสาวของตนเองให้เข้าเรียนด้วย
หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์ผู้สื่อข่าวก็ติดต่อ นายบุญธรรม ผู้อำนวยการโรงการพิจิตรพิทยาคมซึ่งได้ คุยกันและทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิ.ย.2556 แต่ก็ยังไม่ได้เรียก นางระวีวรรณ และ น.ส.เจนจิรา ไปพบแต่อย่างใด คงปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ที่เกิดจากการศึกษาของภาครัฐล้มเหลวต่อไป







