
ฝากขัง"เบิ้ม" ค้านประกัน
ทนายความเอกยุทธ ร่วมสอบปากคำ "เบิ้ม" หลังปฎิเสธไม่ใช่มือสังหารรัดคอ ด้านตำรวจนำตัวฝากขังแล้ว ค้านประกัน
ทนายความเอกยุทธ ร่วมสอบปากคำ "เบิ้ม" หลังปฎิเสธไม่ใช่มือสังหารรัดคอ ด้านตำรวจนำตัวฝากขังแล้ว ค้านประกัน
เช้านี้ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความส่วนตัวนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เดินทางเข้าพบพล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และร่วมสอบปากคำนายสุทธิพงษ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร ผู้ต้องหาร่วมทีมฆ่านายเอกยุทธ เนื่องจากยังติดใจในคำให้การของผู้ต้องหา ที่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนลงมือสังหารนายเอกยุทธ
จากนั้นตำรวจได้นำนายเบิ้ม ไปชี้จุดประกอบการทำแผนรับสารภาพในรถตู้บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ถึงพฤติกรรมที่ร่วมฆ่านายเอกยุทธ โดยเจ้าตัวยืนยันว่าเพียงแค่ใช้เชือกรัดคอนายเอกยุทธที่สิ้นใจตายก่อนแล้วเท่านั้น จากนั้นตำรวจได้คุมตัวนายเบิ้มไปฝากขังที่ศาลอาญาผลัดแรก 12 วัน โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญต่อประชาชน
โดยตำรวจแจ้งข้อหานายสุทธิพงศ์ 7 ข้อหา เหมือนนายสันติภาพ เพ็งด้วง นายทิวากร เกื้อทอง และนายชวลิต วุ่นชุม ซึ่งถูกนำตัวมาฝากขังเมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) คือ ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด / ร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ และข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน คือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต / ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันฝัง ปิดบัง ซ่อนเร้นศพ เพื่อปิดบังการตาย ส่วนบิดามารดาของนายสันติภาพ ถูกแจ้งข้อหารับของโจร
ด้านนายสุวัตร กล่าวว่า ส่วนตัวยังติดใจประเด็นที่ตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์นายเอกยุทธ เพราะหากฆ่าชิงทรัพย์จริงทำไมถึงนำทรัพย์สินส่วนตัวไปทิ้งแม่น้ำในจ. นครศรีธรรมราช เหมือนทำลายหลักฐานอำพรางคดี อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าน่าจะมีผู้ร่วมการสังหารมากกว่านี้ และมีผู้อยู่เบื้องหลังด้วย
อย่างไรก็ตามตนเป็นแค่ทนายความเท่านั้น ไม่ได้เป็นลูกความ การเดินหน้าคุ้ยคดีเป็นเรื่องของตำรวจและญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งล่าสุดทราบว่าญาตินายเอกยุทธต้องการให้คดีปิดลงโดยเร็ว เนื่องจากทางครอบครัวเศร้าโศกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากพอแล้ว
ด้านพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมายืนยันอีกครั้งว่าจะไม่เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในคดีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธเพราะตนเองถูกโยกย้ายออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้ว คงไม่เหมาะสมและไม่น่าที่จะให้ความเห็นได้ ไม่รู้จะไปในฐานะอะไร ควรขอความร่วมมือสถาบันนิติวิทยาศาตร์ดีกว่า







