
ธงทองคาดเซ็นสัญญาโครงการน้ำตค.-พย.
รัฐบาลยืนยันโครงการโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านรอบคอบโปร่งใสประชาชนมีส่วนร่วม เตรียมชงครม. 18 มิย. ก่อนเปิดเผยตัวเลข คาดปลายตค.-ต้นพย.เซ็นสัญญา
รัฐบาลยืนยันโครงการโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านรอบคอบโปร่งใสประชาชนมีส่วนร่วม เตรียมชงครม. 18 มิย. ก่อนเปิดเผยตัวเลข คาดปลายตค.-ต้นพย.เซ็นสัญญา
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ได้เปิดประมูลโครงการไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” โดยนายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงที่มาของโครงการดังกล่าวว่าเป็นผลสืบเนื่องจากปัญหามหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นและส่งผลเสียหายต่อประเทศไทยและประชาชนอย่างมาก รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและหามาตรการในการแก้ไขปัญหาโดยตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ และยึดแนวทางพระราชดำริกำหนดเป็นแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตั้งแต่ต้นนำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยจะต้องเร่งดำเนินการในสภาวะที่โลกกำลังประสบปัญหาโลกร้อน และเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำและจะส่งผลเสียหายต่อประเทศมากขึ้น
“นายกรัฐมนตรีย้ำว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องโปร่งใสและให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จึงได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาเป็ระยะ ทั้งยังถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ถ่ายทอดสดการประมูลให้สื่อมวลชนและประชาชนรับทราบ อีกทั้งการที่ขั้นตอนการดำเนินการตามระบบราชการมีมากและต้องใช้เวลา จึงไม่ใช่การรีบเร่งดำเนินการ เพราะมีหลายส่วนราชการทุกองค์ความรู้ของประเทศเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำเข้ามาร่วมกันพิจารณา ซึ่งการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่เฉพาะการรับรู้การดำเนินการเท่านั้น แต่ประชาชนยังสามารถมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการดำเนินการแต่ละโครงการที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเองได้ด้วย โดยเฉพาะด้านการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ชนะประมูล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องการกู้เงินมาดำเนินโครงการ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า งบประมาณที่จะต้องใช้ในแต่ละโครงการกำหนดขึ้นตามแผนแม่บทที่พิจารณาตามเนื้องาน ไม่ใช่คิดขึ้นมาเอง โดยมี 30 กว่าหน่วยงานช่วยกันพิจารณา และมีรายละเอียดชัดเจนว่าจะต้องนำไปดำเนินการเรื่องใดบ้าง เพราะบริษัทผู้ชนะประมูลจะต้องชี้แจงรายละเอียดของงบประมาณดำเนินการมาพร้อมกับโครงการแล้ว ซึ่งจากการที่รัฐบาลได้หารือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลายเรื่องที่เห็นพ้องกัน และมีเรื่องอื่น ๆ ที่จะต้องทำเพิ่มเติมตามสัญญา รวมทั้งการติดตามตรวจสอบ ที่นอกจากจะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังมีภาคเอกชนที่ต่อต้านการทุจริต สถาบันการศึกษาเข้ามาร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมทำโรดโชว์ตามลุ่มน้ำต่าง ๆ เปิดเวทีเสวนาให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ หากประชาชนพบเห็นการทุจริตสามารถแจ้งที่ ป.ป.ช.ได้ตลอดเวลา
ด้านนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือก กล่าวว่า ในฐานะข้าราชการยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนกติกาของราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เที่ยงธรรม สามารถอธิบายต่อสาธารณะได้ มีทุกกระทวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกโดยลงพื้นที่กำหนดแผนปฏิบัติให้เกิดความสมบูรณ์ในแต่ละโมดูล และคัดเลือกผู้ที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุด แต่ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ เนื่องจากต้องนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ก่อน ทั้งนี้ แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเซ็นสัญญาในทันทีได้ เนื่องจากจะต้องมีกระบวนการเขียนถ้อยคำในสัญญาที่จะต้องให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน คาดว่าใช้เวลา 2-3 เดือน ซึ่งจะอยู่ในกรอบเวลา 180 วันที่บริษัทเสนอมาหรือประมาณปลายตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายน แต่คิดว่าคงจะเร็วกว่านั้น







