
ความขัดแย้งพื้นฐาน
ความขัดแย้งของสถานการณ์แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ความขัดแย้งเฉพาะหน้าและความขัดแย้งพื้นฐาน ความขัดแย้งเฉพาะหน้าคือความขัดแย้งระหว่างเผด็จการต่อเผด็จการด้วยกัน ความขัดแย้งพื้นฐานคือความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับระบอบเผด็จการ ในบ้านเมืองเราความขัดแย้งเฉพาะหน้าหรือความขัดแย้งของฝ่ายระบอบเผด็จการมีบทบาทครอบงำสถานการณ์มาตลอด (ปัจจุบันรูปธรรมก็คือความขัดแย้งระหว่างขบวนเหลืองกับแดงนั่นเอง)
ความขัดแย้งของสถานการณ์แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ความขัดแย้งเฉพาะหน้าและความขัดแย้งพื้นฐาน ความขัดแย้งเฉพาะหน้าคือความขัดแย้งระหว่างเผด็จการต่อเผด็จการด้วยกัน ความขัดแย้งพื้นฐานคือความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับระบอบเผด็จการ ในบ้านเมืองเราความขัดแย้งเฉพาะหน้าหรือความขัดแย้งของฝ่ายระบอบเผด็จการมีบทบาทครอบงำสถานการณ์มาตลอด (ปัจจุบันรูปธรรมก็คือความขัดแย้งระหว่างขบวนเหลืองกับแดงนั่นเอง)
การที่ประชาชนไปติดหล่มเผด็จการด้วยการไปเชียร์หรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผลก็เท่ากับว่าทำให้เผด็จการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสลับหน้ากันขึ้นมาครองอำนาจยืนยงคงกระพันมาจนทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองกับผู้ปกครอง หรือเผด็จการกับเผด็จการอำนาจเก่า VS ใหม่นั้น ก็ยังแฝงไปด้วยความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับผู้ปกครองหรือความขัดแย้งพื้นฐานไปพร้อมๆ กัน
การต่อสู้ระหว่างประชาชนหน้ากากขาว (ความจริงคือเหลืองนั่นแหละ) กับประชาชนหน้ากากแดง แม้อาจจะดูว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชนด้วยกันเอง (ด้วยการเป็น “ลูกหาบ” หรือ “เบี้ย” ให้เผด็จการเหลืองกับเผด็จการแดง) แต่หากพิจารณากันให้ลึกซึ้งแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้งคู่ประชาชนกำลังต่อสู้กับเผด็จการด้วยกันทั้งสองฝ่าย ต่างที่ “ประชาชนเหลือง” สู้กับ “เผด็จการแดง” “ประชาชนแดง” สู้กับ “เผด็จการเหลือง”
พูดง่ายๆ ก็คือ ประชาชนเหลืองและแดงกำลังต่อสู้เพื่อโค่นล้มเผด็จการด้วยกันทั้งคู่ เสียอย่างเดียวที่ “การนำ” ยังตกอยู่ภายใต้การนำของเผด็จการ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งประชาชนมีดวงตาเห็นธรรมแยกถูกแยกผิดได้ (รู้หรือเข้าใจว่าทั้งเหลืองทั้งแดงคือขบวนเผด็จการไม่ใช่ที่พึ่งอันแท้จริง) ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาทันที
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพูดถึงก็คือชาวนา “เป็นกำลังยุทธศาสตร์” เพราะมีมวลชนมากมายมหาศาล การที่พรรคเพื่อไทยหันไปอุ้มชาวนาด้วยการรับจำนำข้าวเพื่อซื้อเสียงจากชาวนาหรือเอาชาวนามาเป็นพวก หรือเอาชาวนามาอุ้มพรรคเพื่อไทย แม้ในระยะต้นๆ จะเหมือนมีกำลังทางการเมืองมาก แต่ในระยะต่อมาวิธีการดังกล่าวกลับกลายเป็นเครื่องมือในการทิ่มแทงพรรคเพื่อไทยเสียเอง
เข้าใจว่าอีกไม่นานพรรคเพื่อไทยก็ต้องถูกกระแสประชาชนพัดล้มลงไปอย่างแน่นอน
ปัญหาว่าประชาชนจะเอาพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของขบวนการเหลืองที่ล้าหลังมาเป็นรัฐบาลอีกหรือ
คำตอบก็คือ เข้ามาแล้วก็ต้องถูกประชาชนโค่นลงอีกอย่างแน่นอน เพราะคุณลักษณะของพรรคดังกล่าวเป็นพรรคอนุรักษ์ที่มีความล้าหลังกว่า
เมื่อประชาชนเกิดวิกฤตศรัทธาอำนาจรัฐทั้งเหลืองและแดงแล้ว ท้ายสุดก็จะเกิดสภาวะที่เราเรียกว่า สุญญากาศทางอำนาจ นำมาซึ่งอนาธิปไตยอย่างแน่นอน
แนวทางแก้ไขปัญหานี้มีอยู่แล้ว คือ นโยบายสร้างประชาธิปไตย 66/23 ซึ่งเคยแก้ไขปัญหาสงครามกลางเมืองที่ก่อขึ้นโดยพรรคคอมมิวนิสต์มาแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมาติดขัดตรงที่ผู้ปกครองเหลืองไม่ยอมสานต่อ เขี่ยนโยบายชาติดังกล่าวออกจากกองทัพ
ผลของการกระทำดังกล่าวจึงทำให้สงครามกลางเมืองคืนกลับมาดังเดิม ดังจะเห็นได้จากสงครามประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้และสงครามกลางเมืองที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยและส่งผลทำให้สังคมไทยเกิดวิปลาสเวลานี้
วิปลาสในพระพุทธศาสนามี 4 อย่างครับ
อะนิจเจ นิจจันติ เห็นความไม่เที่ยงเป็นความเที่ยง
ทุกเข สุขันติ เห็นความทุกข์เป็นความสุข
อนัตตานิ อัตตาติ เห็นความไม่ใช่ตัวตนเป็นความมีตัวตน
อะสุเภ สุภันติ เห็นความไม่ดีเป็นความดี
พระพุทธเจ้ายกเอาสัมมาทิฐิเป็นมรรคแรกขององค์ 8 ก็เพราะวิปลาส 4 ประการนี้เอง
บ้านเมืองเรากำลังเกิดวิปลาสครับ!







