
"เบิ้ม"มอบตัวปัดลงมือฆ่า
"เบิ้ม" ปฏิเสธลงมือฆ่ารัดคอ "เอกยุทธ" โยน "สันติภาพ" บีบคอตายก่อน ด้านชุดประดาน้ำงมหาของกลางที่ อ.หัวไทร ขณะที่ ผบ.ตร.เตรียมเชิญหมอพรทิพย์ร่วมตรวจสอบคดี
"เบิ้ม" ปฏิเสธลงมือฆ่ารัดคอ "เอกยุทธ" โยน "สันติภาพ" บีบคอตายก่อน ด้านชุดประดาน้ำงมหาของกลางที่ อ.หัวไทร ขณะที่ ผบ.ตร.เตรียมเชิญหมอพรทิพย์ร่วมตรวจสอบคดี
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ตั้งขึ้น หลังจากที่มีการจับกุมตัวคนร้ายที่ร่วมกันสังหารนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง พร้อมทั้งแถลงข่าวการเข้ามอบตัวของนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมทีมสังหารนายเอกยุทธ คนสุดท้าย โดยนางชลกร พิมพิสาร อายุ 51 ปี มารดาของนายสุทธิพงศ์ เป็นผู้พาเข้ามอบตัว
พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันสังหารนายเอกยุทธได้แล้ว 3 ราย ในวันนี้นายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร ผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ร่วมก่อเหตุ ได้เข้ามอบตัว
พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า นายสุทธิพงศ์ เป็นผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่ศาลได้อนุมัติออกหมายจับไว้ จากการสอบสวนเบื้องต้น รับสารภาพว่า ร่วมกระทำผิดด้วย รวมทั้งอยู่บนรถตู้โฟล์คที่เกิดเหตุและจุดที่มีการฆ่านายเอกยุทธ ด้วย
จากการสอบถามนายสุทธิพงศ์ ให้การว่า เริ่มออกจากบ้านที่ย่านลาดกระบังเวลาประมาณตี 3 ระหว่างที่กำลังจะกลับรถใต้สะพาน บอลเป็นคนบอกให้ไปดูกุญแจมือที่ล็อคผู้ตายว่าแน่นหนาหรือไม่ ตนจึงบอกไปว่าปกติเหมือนเดิม ไม่มีอะไร แต่บอลบอกว่าจะไปดูเอง เมื่อบอลจอดรถ ผู้ตายก็เปิดประตูจนหล่นลงจากรถและรีบวิ่งหนีไป บอลสั่งให้เปิดประตูรถ และวิ่งตามไป จากนั้นเมื่อกลับมาที่รถ บอลบอกว่าเขาตายแล้ว จากนั้นบอลก็ให้ขึ้นรถและวนกลับไปรับศพอีกฝั่ง เมื่อไปถึงก็เห็นผู้ตายนอนแน่นิ่ง ลิ้นจุกปาก บอลกระทืบซ้ำที่หน้าท้อง พร้อมกับพูดว่า “เห็นหรือยังเวลากูโมโห เวลาแค้นเป็นอย่างไร” จากนั้นก็สั่งให้เอาศพขึ้นรถและขับไปตามทาง บอลสั่งให้ดึงศพไปอยู่ที่เบาะหลังและเอาเชือกอะไรก็ได้รัดคอ ตนจึงถอดเชือกรองเท้าผูกที่คอผู้ตาย จากนั้นบอลก็จอดรถและลงมาช่วยลากศพไปไว้ด้านหลังและขับรถไปทางภาคใต้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน
นายสุทธิพงศ์ กล่าวอีกว่า บอลบอกให้นอนพักผ่อนในรถเฉยๆ ตนจึงนั่งอยู่กับศพ เมื่อตื่นมาอีกทีก็พบว่าบอลกำลังแวะเติมน้ำมันในปั๊มแห่งหนึ่ง จากนั้นบอลก็บอกว่าจะไปพัทลุง เมื่อถึงนครศรีธรรมราชก็ไปพักที่บ้าน บอลก็บอกให้นอนพักส่วนบอลก็คุยโทรศัพท์ตลอด โดยที่ไม่ให้ตนรู้อะไรเลย จากนั้นประมาณ 2 ทุ่ม ก็มีคนขับรถมารอ 2 คน ซึ่งตนไม่รู้จักว่าเป็นใคร ต่อมาบอลก็พาขึ้นรถขับตามสองคนนั้นไปที่จุดฝังศพ เมื่อไปถึงสองคนนั้นก็มีจอบเตรียมพร้อมไว้แล้ว 2 อัน และพาลงไปที่ป่าหญ้า และผลัดกันขุดหลุม เมื่อขุดเสร็จก็เดินออกมา แต่ไม่มีใครกล้ายกศพ นอกจากบอล บอลจึงให้ตนช่วย ระหว่างที่กำลังจะฝัง บอลได้ถอดเสื้อผ้าของผู้ตายออก และเอาศพลงไปฝัง ตนก็ช่วยกลบ เมื่อเสร็จสิ้นบอลก็คุยกับสองคนนั้น และให้ตนเดินไปเก็บถุงในรถ จากนั้นบอลก็ขับรถพาตนไปนอนที่โรงแรมโทนี่ วิลเลจ อ.เมือง จ.พัทลุง เสื้อผ้าและสิ่งของทุกอย่างของผู้ตาย บอลเก็บไว้ในรถ บอลบอกว่าจะจัดการเอง
“เมื่อถึงช่วงเช้าเวลา 11.00 น. บอลก็ออกไปข้างนอกคนเดียว ให้ผมรอในโรงแรม จากนั้นก็กลับเข้ามาพร้อมกับของกินหลายอย่าง และมีเสื้อผ้า เมื่อกินเสร็จก็นอนพักต่อ กระทั่งตื่นมาเวลา 17.00 น.บอลออกไปข้างนอก ก่อนจะกลับมารับผมไปส่งที่อ.โพธิ์ทอง ให้เงินผมติดตัวเพื่อเดินทางกลับบ้าน ผมอยากกลับบ้านมาก บอลให้เงินมา 1 แสนบาท ผมก็เดินไปขึ้นรถทัวร์มาลงที่ย่านพระราม 2 และนั่งรถแท็กซี่เข้าบ้าน ทั้งนี้ผมไม่ได้เป็นคนเอาเชือกรัดคอจนผู้ตายเสียชีวิต บอลเป็นคนฆ่า ผมรัดคอตอนที่เขาตายแล้ว เพราะบอลสั่ง ผมก็ไม่รู้ว่าบอลคิดอะไรอยู่ แต่สาเหตุที่ร่วมมือช่วยเหลือบอลก็เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ผมไม่รู้จักผู้ตายมาก่อน บอลบอกแค่ว่ามีเรื่อง ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้” นายสุทธิพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่บริเวณร้านกระแต ว่านายสันติภาพไปรับจากที่ไหนและขณะที่นายเอกยุทธขึ้นรถแล้ว ได้ทำการจี้หรือควบคุมตัวนายเอกยุทธอย่างไร นายสุทธิพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้จักว่าร้านกระแตอยู่ที่ไหน บอลแค่ขอร้องให้ช่วยงานเรื่องหนึ่ง ติดต่อไม่นาน ก่อนเกิดเหตุไม่ถึง 1 อาทิตย์ โดยบอลบอกว่ามีเรื่องส่วนตัวกับคนหนึ่ง พอถามบอลก็ไม่บอก พูดแค่ว่า เดี๋ยวก็รู้เอง ตนเห็นว่าเป็นเพื่อนจึงยอมช่วย บอลโทรศัพท์บอกให้ไปหาที่ซอยประดิพัทธ์ 12 ตนก็ให้คนขับรถจยย.รับจ้าง ไปส่ง เมื่อถึงท้ายซอยตนก็ขึ้นรถตู้ที่บอลจอดรออยู่ บอลถอยรถเข้าและให้นั่งรอในรถ จอดรอนานมากเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็มีคนเดินออกมาจากร้านหลายคน ตนไม่เห็นว่าใครเป็นใคร บอลสั่งให้หมอบลง เมื่อบอลขับรถออกมาก็ได้ยินผู้ตายเปิดกระจกบอกให้ไปทางลาดพร้าว จากนั้นบอลก็จอดรถข้างทางและเปิดกระจกเอาปืนจี้ผู้ตาย และกระโดดข้ามมา พร้อมกับบอกให้ผู้ตายหมอบลงที่พื้น ผู้ตายถามบอลว่าทำไมทำกับพี่อย่างนี้ บอลก็บอกว่าให้อยู่เฉยๆ ไม่อย่างนั้นยิงตาย
“บอลบอกกับผู้ตายว่า คิดเหรอว่ากูไม่กล้ายิง ผู้ตายก็บอกว่า อย่ายิงๆ พี่ไม่ขัดขืนแล้ว ใส่กุญแจพี่เลย ไม่ดิ้นแล้ว จากนั้นบอลก็ไปหยิบกุญแจมือที่เตรียมไว้มาล็อคที่มือผู้ตาย และบอกให้ผมหยิบกุญแจอีกอันตามไปเพื่อล็อคที่เท้า แต่ปรากฏว่าล็อคไม่ได้จึงคล้องไว้เฉยๆ จากนั้นบอลก็ขับรถพาไปที่บ้านผู้ตายและสอบถามเรื่องกุญแจ เมื่อเดินเข้าไปหาในบ้านก็ไม่เจอ บอลจึงให้ผู้ตายโทรศัพท์หาลูก แต่ลูกก็สงสัยกันเพราะปกติจะรู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน ทำให้ลูกโทรศัพท์กลับมาสอบถาม ตอนที่นั่งอยู่ในรถตู้กัน 3 คน ลูกชายผู้ตายนั่งรถจยย.วนมาที่บ้านหลายรอบ บอลก็สั่งให้ตนหมอบ ผู้ตายก็ก้ม กระทั่งลูกชายผู้ตายไปแล้ว บอลก็พาผู้ตายเข้าไปในบ้านบนชั้น 2 ก็นั่งคุยกัน บอลก็สั่งให้ไปพักผ่อน และค่อยเดินทางตอนช่วงตี 3 เพราะกลัวเจอด่านตรวจ จากนั้นก็เดินทางไปลาดกระบัง ส่วนฮาร์ดดิสกล้องวงจรปิด บอลเป็นคนถอดเอาติดตัวไปด้วย บอลเป็นคนเอาไปแยกชิ้นส่วนในบ้านพักก่อนที่จะเอาศพผู้ตายไปฝัง ไม่รู้ว่าบอลเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน เพราะตนก็ไม่รู้เส้นทาง” นายสุทธิพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิเกี่ยวกับการเซ็นเช็คและรับเงินสด 5 ล้านบาท นายสุทธิพงศ์ กล่าวว่า ผู้ตายคุยโทรศัพท์สั่งการและดำเนินเรื่องเอง เรื่องเงินก็เห็น แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไร บอลเขาดำเนินการเอง
ขณะที่พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำกำลังชุดประดาน้ำ ลงพื้นที่บริเวณสะพานแพร่งเมือง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม และหาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ อาทิ สร้อยคอทองคำ นาฬิกาข้อมือ และเสื้อผ้านายเอกยุทธ ตามที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปทิ้ง







