
แล้งยุดทองเถ้าแก่เจาะบ่อน้ำบาดาล
...สิทธิพจน์ เกบุ้ย
น้ำเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการดำรงชีพของมนุษย์ แต่ปีนี้วิกฤตภัยแล้งรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา แหล่งน้ำที่เคยชุบชีวิตแห้งขอดกระทบคนไทยกว่าครึ่งประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องประกาศให้ชาวนางดทำนาปรังเพราะเสี่ยงขาดทุน
ในช่วงที่ข้าวแพงราวกับทองคำ ยิ่งยั่วน้ำลายชาวนาทำนาปรัง จึงยอมควักเงินจ้างผู้ประกอบการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อนำมาใช้ในการทำนาปรังและในการดำรงชีพ วิกฤตภัยแล้งกลายเป็นยุคทองของผู้ประกอบการเจาะบ่อน้ำบาดาล ต้องจองคิวล่วงหน้าข้ามเดือนจึงจะมีสิทธิเป็นเจ้าของ
บุญช่วย จ่าเชิญ ชาวบ้าน ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งยึดอาชีพรับจ้างทำธุรกิจเจาะบ่อน้ำบาดาลมานานเกือบ 20 ปี บอกว่า ปีนี้ภัยแล้งคุกคามชาวนาไทยในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างหนักสุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวนาหลายพื้นที่ต้องงดทำนาปรัง ขณะที่อีกหลายพื้นที่กลับเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อนำมาทำนาปรัง กลายเป็นยุคทองของผู้ประกอบการธุรกิจรับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาล ซึ่งใน จ.พิจิตร มีผู้ยึดอาชีพดังกล่าวกว่า 10 ราย มีคิวรับงานยาวไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย. เลยทีเดียว
“
อัตราค่าจ้างจะคิดเฉพาะค่าแรงในการขัดเจาะน้ำบาดาลเพียงบ่อละ 4,000 บาท ส่วนใหญ่จะเป็นระยะทางห่างจากบ้านพักไม่เกิน 20 กิโลเมตร ถ้าไกลกว่านี้ก็มีการขอเพิ่มต่อรองกันตามระยะทางใกล้ไกล ผมเคยไปทำงานไกลสุดถึงเขต จ.กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย และเขต อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ได้ค่าแรงไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อครั้ง” บุญช่วย เล่าย้อนอดีตที่เคยระเหเร่ร่อนไปรับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาลอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจดังกล่าวเกิดการแข่งขันสูงตามความต้องการของลูกค้า ทำให้เกิดอาชีพนายหน้าคอยเป็นธุระติดต่อหาลูกค้ามาป้อนให้ผู้ประกอบการเจาะบ่อน้ำบาดาลถึงที่ นายหน้าแต่ละรายจะลงพื้นหาลูกค้าที่เป็นชาวนาตามหมู่บ้านต่างๆ หมู่บ้านละไม่ต่ำ 510 ราย นอกจากเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ เนื่องจากการเดินทางไปเจาะบ่อน้ำบาดาลแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 34 วัน สามารถเจาะได้ถึง 810 บ่อ สนนราคา 7,0008,000 บาทต่อราย ซึ่งยังไม่รวมซื้ออุปกรณ์และเครื่องสูบน้ำชาวนาจะต้องมีเงินอยู่ในกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท เพียงแค่นี้ก็มีน้ำทำนาได้ตลอดทั้งปี
ส่วนเคล็ดลับของการเจาะหาน้ำบาดาลใต้ดินนำมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุดของ บุญช่วย บอกอีกว่า ต้องดูภูมิประเทศว่ามีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ใกล้ไกลแค่ไหน อีกทั้งรัศมีรอบข้างมีบ่อน้ำบาดาลอยู่บ้างหรือไม่ ถ้าไม่มี หรือมีประวัติว่าเคยเจาะแล้วไม่เจอบ่อน้ำบาดาล ก็จะไม่ลงมือเจาะ เพราะก็จะไม่เจอด้วยเช่นกัน แต่เท่าที่ทำมา 95% ไม่เคยพลาด แต่ถ้าพลาดก็จะขอค่าน้ำมันรถและค่าเสียเวลา 1,5002,000 บาทเท่านั้น ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ
ชาวพิจิตรจองคิวเจาะบ่อน้ำบาดาลทำนาปรัง
ศิวณัฐ แพพะยอม ชาวบ้านคลองคะเชนทร์ หมู่ 4 ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งมีอาชีพทำนาสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ บอกว่า ปัจจุบันนี้มีที่ผืนนาเป็นของตัวเองทั้งหมด 50 ไร่ อยู่ที่บริเวณหมู่ 6 ต.ท่าหลวง อ.เมือง ทำนาปีละ 2 ครั้ง ทำนาปีจะอาศัยน้ำฝน ส่วนนาปรังจะอาศัยน้ำจากบ่อที่ขุดไว้ 1 แปลงนา 1 บ่อน้ำ ตามโครงการที่รัฐบาลเคยช่วยเหลือไว้
แต่มาปีนี้เกิดวิกฤตภัยแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และมีปริมาณฝนน้อย ส่วนน้ำในบ่อก็แห้งขอดลง จึงตัดสินใจขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล โดยหวังว่าจะได้น้ำจากใต้ดินมาบรรเทาความเดือดร้อนในการทำนา ซึ่งต้องไปจองคิวเจาะบ่อน้ำบาดาลนานเกือบเดือน ผู้รับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาลจึงมีคิวว่างมาเจาะให้ ซึ่งตอนนี้เพื่อนๆ อาชีพทำนาด้วยกันต่างก็จองคิวกันยาวเหยียดไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย. นี้ เพื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาทำนาปรัง







