
ตร.ยังมุ่งปมฆ่าชิงทรัพย์เอกยุทธ
ผบ.ตร.ประชุมบิ๊กตำรวจ-ชุดคลี่คลายคดีเอกยุทธ ยังให้น้ำหนักประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ พร้อมแจ้งข้อหาพ่อ-แม่คนขับรถรับของโจร
ผบ.ตร.ประชุมบิ๊กตำรวจ-ชุดคลี่คลายคดีเอกยุทธ ยังให้น้ำหนักประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ พร้อมแจ้งข้อหาพ่อ-แม่คนขับรถรับของโจร
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร. เดินทางมาประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ติดตามความคืบหน้าคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง โดยมีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องพร้อมชุดสืบสวนเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที
พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยภายหลังประชุมว่า ขณะนี้มีพยานที่ยืนยันได้ว่าคดีนี้มีมูลเหตุจูงใจเรื่องการชิงทรัพย์ และมีการวางแผนมาก่อนอย่างชัดเจน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยังพบเงิน 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จาการติดตามคดีพบว่ามีพฤติกรรมก่อเหตุในหลายพื้นที่ ทั้งในส่วนของนครบาล ต่อเนื่องไปถึงกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 โดยต่อจากนี้จะมอบหมายให้พล.ต.อ.ปานศิริ เป็นประธานคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ซึ่งจะบูรณาการพนักงานสอบสวนในหลายหน่วยงาน
"ต้องขอชมเชยชุดทำงานของบช.น. ที่ทำงานได้อย่างฉับไว เมื่อรับแจ้งเหตุก็ลงมือตรวจสอบทันทีกระทั่งพบรถตู้โฟลค์ของนายเอกยุทธ และตามตัวนายสันติภาพซึ่งเป็นคนขับรถได้ ทำให้การปฏิบัติงานได้รวดเร็ว"พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ผู้ต้องหา 3 คน แต่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง พ่อของนายสันติภาพ และแม่ของนายสันติภาพในข้อหารับของโจร หลังจากที่นายสันติภาพนำเงินของกลางไปฝากไว้
ส่วนจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมหรือไม่นั้นต้องสอบสวนขยายผลต่อไป ส่วนเซิฟเวอร์จากกล้องวงจรปิดที่คนร้ายนำไปด้วยนั้นก็ต้องสืบหาดูว่าอยู่ที่ใด และยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ทนายความของนายเอกยุทธไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์นั้น พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตำรวจทำงานตามข้อเท็จจริงทุกอย่าง และการสอบสวนก็มีหลักฐานประกอบหมด ยืนยันว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ที่มีการวางแผนเตรียมการมาอย่างดี ไม่มีเรื่องอื่นเกี่ยวข้อง
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุที่คนร้ายลงมือฆ่านายเอกยุทธว่า เป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ และเคยบอกไปแล้วว่าเป็นห่วงนายเอกยุทธตั้งแต่ทราบว่ามีการหายตัวไป เพราะในเมื่อคนร้ายได้เงินมาแล้ว หลังจากนั้นคือสิ่งที่น่าห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนายเอกยุทธ และเมื่อเป็นแบบที่คาดาการณ์ก็ตรงกัน
ส่วนประเด็นที่ว่ามีการเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ขัดผลประโยชน์กันนั้น ยืนยันว่าไม่มีการเชื่อมโยงไปยังใครต่อใคร ตำรวจไม่ได้เชื่อมโยงอะไร มีแต่จะเชื่อมโยงในเรื่องของคดีเท่านั้น ใครอยากจะไปเชื่อมกับใครก็เป็นเรื่องของคนอื่นๆ ผมไม่สนใจ แต่จะขอทำงานให้ดีที่สุด
ถามว่า ขณะนี้ตัดประเด็นทางการเมืองออกไปแล้วหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไปว่า “ไม่มีอะไรไม่เกี่ยวข้องกัน ตอนนี้ขอแค่ได้ตัวนายนายสุทธิพงษ์ หรือเบิ้ม พิมพ์พิสาร ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีเพราะเป็นตัวละครอีกคนเดียวที่จะสร้างความกระจ่างได้”







