
หยุดเลือด
จากที่เคยวิตกกันหนักหนาว่า ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากกระแสทุนที่ไหลเข้ามายังภูมิภาคนี้ไม่หยุด จากภาวะทุนล้นตลาดในตลาดตะวันตก และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายคิวอี 3
จากที่เคยวิตกกันหนักหนาว่า ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากกระแสทุนที่ไหลเข้ามายังภูมิภาคนี้ไม่หยุด จากภาวะทุนล้นตลาดในตลาดตะวันตก และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายคิวอี 3
มาในวันนี้ สถานการณ์กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อค่าเงินหลายสกุลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงค่าเงินบาทของไทยด้วย ที่อ่อนลงไปแตะราวๆ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้ว จากที่เคยอ่อนไปถึง 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐเมื่อช่วงต้นปี
ค่าเงินประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องจับตามองกันก็คือ อินโดนีเซีย ที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าแตะ 10,094 ต่อเหรียญสหรัฐ นับเป็นระดับที่อ่อนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ครับ
ภาวะเช่นนี้ แน่นอนว่าสำหรับภาคส่งออกของเอเชียถือเป็นเรื่องดี แต่สำหรับการบริโภคและการนำเข้า ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน อินโดนีเซียเป็นสมาชิกกลุ่มจี 20 ที่ได้รับการจับตามองว่าจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงที่สุดในอาเซียน ส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมาจากแรงซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศครับ การอ่อนค่าของเงินรูเปียห์จึงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับอินโดนีเซียแน่นอน
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ธนาคารกลางอินโดนีเซียจึงปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนขึ้นอีก 0.25% มาอยู่ที่ 4.25% เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนนำเงินมาฝากไว้กับธนาคารกลาง เพื่อหยุดเลือดไม่ให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนลงไปมากกว่านี้
ส่วนไทยยังไม่มีท่าทีใดๆ ออกมาจากภาครัฐหรือธนาคารกลาง ว่าจะมีนโยบายป้องกันอย่างไร ตอนแข็งเราก็ไม่ป้องกัน ตอนอ่อนเราก็ยังไม่ป้องกัน ประเทศไทยน่าจะได้รับการยกย่องว่าเป็นชาติที่ดำเนินนโยบายทางการเงินที่เสรีที่สุดในโลกจริงๆ ที่ปล่อยให้ค่าเงินดำเนินไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง!
ภาวะเช่นนี้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ยังไม่มีใครบอกได้ครับ เพราะนักลงทุนในตะวันตกตาขาวกันไปหมดแล้ว กลัวว่าเฟดจะชะลอลดวงเงินในนโยบายคิวอี 3 กันจริงๆ
ต้องบอกว่าในขณะนี้เฟดยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรนะครับ คือเฟดยังคงเดินหน้าพิมพ์แบงก์มาซื้อคืนพันธบัตรเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่มีแนวโน้มว่าเฟดอาจจะลดวงเงินดังกล่าวลง
แต่ก็มีหลายปัจจัย หลายเสียงที่บอกว่าเฟดอาจจะไม่ลดปริมาณคิวอี 3 ลงก็ได้ เพราะว่าเศรษฐกิจสหรัฐดูเหมือนดี แต่ก็ไม่ได้ดีจริงๆ หนำซ้ำดัชนีเงินเฟ้อในสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำที่ไม่น่ากังวลนัก ซึ่งทำให้เฟดสามารถอัดนโยบายกระตุ้นต่อไปได้อีกระยะหนึ่งทีเดียว
ที่ผ่านมา สภาวะทุนต่างชาติไหลออกจากเอเชียนั้น เกิดขึ้นจากความวิตกกังวลเท่านั้นครับ ต้องเน้นว่าเป็นความ “กังวล” เท่านั้น
แต่ถ้าเฟดประกาศออกมาดื้อๆ ในวันใดวันหนึ่งว่าจะหยุดหรือเลิกคิวอีจริง เมื่อนั้นเอเชียเละเป็นโจ๊กแน่ครับ







