
เตือนเลี่ยงลงทุนเสี่ยง ศก.โลกส่อถกถอยใน 3 ปี
บริษัทจัดการการลงทุนแห่งแปซิฟิก (พิมโก) ซึ่งเป็นกองทุนจัดการพันธบัตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในสหรัฐ ออกรายงานเตือนว่า โลกมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะการชะลอตัวอีกครั้งหนึ่งในอีก 35 ปีข้างหน้านี้ อันเป็นผลจากระดับหนี้ที่สูงที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น พร้อมกับเตือนนักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนที่มีความเสี่ยง แม้จะมีผลตอบแทนที่สูง
บริษัทจัดการการลงทุนแห่งแปซิฟิก (พิมโก) ซึ่งเป็นกองทุนจัดการพันธบัตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในสหรัฐ ออกรายงานเตือนว่า โลกมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะการชะลอตัวอีกครั้งหนึ่งในอีก 35 ปีข้างหน้านี้ อันเป็นผลจากระดับหนี้ที่สูงที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น พร้อมกับเตือนนักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนที่มีความเสี่ยง แม้จะมีผลตอบแทนที่สูง
พิมโก ระบุว่า ความเสี่ยงที่โลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในระยะ 35 ปีนี้เพิ่มขึ้นมามากกว่า 60% แล้ว ซึ่งจากอัตราเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมานั้นจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในทุกๆ 6 ปี แต่ทว่าวัฏจักรดังกล่าวกำลังสั้นขึ้นเนื่องจากระดับหนี้ที่เกิดขึ้นในโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน
“การถดถอยของเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ในวันนี้โลกมีระดับหนี้ที่พอกพูนมากกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วอย่างมาก เราจึงเชื่อว่าโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% กับความเป็นไปได้ที่โลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอีกครั้งใน 35 ปีข้างหน้านี้” เซามิล เอช ปาริคห์ ผู้จัดการอำนวยการของพิมโก ระบุ
ทั้งนี้ สหรัฐมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีในปี 2012 อยู่ถึง 101.6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 99.4% ของจีดีพี ขณะที่ญี่ปุ่นก็มีหนี้มากกว่า 200% ของจีดีพีแล้ว
ปาริคห์ ยังเห็นว่า ยุโรปจะยังคงจมปลักต่อไปในห้วงแห่งการถดถอยทางเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐจะมีอัตราการเติบโตที่ต่ำมาก ส่วนตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่โดยเฉพาะในเอเชียจะยังคงเติบโตได้อยู่ ซึ่งนักลงทุนควรปรับลดการลงทุนที่มีความเสี่ยง ถ้าหากพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้
ปาริคห์ ชี้ว่า หุ้นและพันธบัตรสหรัฐนั้นมีราคาแพงเกินไป กระนั้นก็ยังมีตลาดพันธบัตรอื่นๆ ที่น่าสนใจและน่าดึงดูดไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สวีเดน เม็กซิโก และบราซิล
“ในส่วนของหุ้น เราโอนเอียงไปทางหุ้นในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะหุ้นในจีนในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน” ปาริคห์ ระบุ
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติได้เทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่อย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เนื่องจากเกิดความวิตกกังวลในหมู่นักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะลดวงเงินในโครงการซื้อคืนพันธบัตร หรือคิวอี 3 ในเร็วๆ นี้
ขณะเดียวกัน ทางด้าน บิล กรอส ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนร่วมของพิมโก ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าตัวเน้นการลงทุนในพันธบัตรที่มีคุณภาพเท่านั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงในตลาดทุนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนั้น ทั้งหุ้น พันธบัตรที่มีผลตอบแทนสูง ค่าเงินและตลาดพันธบัตรในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหมดนั้นก็ยังอยู่ในช่วงสภาวะสับสนอยู่ ขณะที่ในตลาดพันธบัตรโลกในช่วงเดือน พ.ค.นั้น ถือว่าอยู่ในช่วงที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 9 เดือนทีเดียว นำโดยตลาดพันธบัตรสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนทยอยขายทิ้งจากความวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดวงเงินในนโยบายคิวอีเช่นกัน
วันเดียวกัน ทางด้านสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกอันเนื่องมาจากสภาวะที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงความต้องการน้ำมันในจีนที่ลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
ไออีเอ ระบุว่า ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกจะขยายตัวระหว่าง 7.85 แสนบาร์เรล ไปถึง 90.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากการคาดการณ์เดิมราว 0.08% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านี้
แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งนำโดยจีนจะเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตของความต้องการน้ำมันในตลาดโลก แต่ทว่าในปีนี้มีสัญญาณว่าความต้องการน้ำมันจากจีนจะลดลงตามเศรษฐกิจที่เชื่องช้าลง โดยไออีเอเห็นว่าความต้องการน้ำมันในจีนจะขยายตัวที่ราว 3.8% ในปีนี้ ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.9%
ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประกาศลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 7.75% จากเดิมที่ 8.0% ด้วย







