
3จี อย่ารีรอ
จนแล้วจนรอด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือบนระบบ 3จี ใหม่ทั้ง 3 ราย ก็ยังยื้อดื้อดึง ไม่ยอมลดราคาค่าบริการลงอีก 15% ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนด
จนแล้วจนรอด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือบนระบบ 3จี ใหม่ทั้ง 3 ราย ก็ยังยื้อดื้อดึง ไม่ยอมลดราคาค่าบริการลงอีก 15% ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนด
ทั้งที่ตามเกณฑ์แล้ว ค่าบริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่เปิดให้บริการมาราว 1 เดือนแล้วนั้น ต้องปรับลดลง 15% จากแพ็กเกจเดิม ทั้งบริการด้านเสียงและบริการไม่ใช้เสียง รวมถึงแพ็กเกจใหม่ที่ออกมาก็ต้องมีอัตราค่าบริการลดลงจากอัตราเดิม 15% ด้วย
อันที่จริง เวลาล่วงไปกว่าเดือนแล้ว ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค, ดีแทค เนทเวอร์ค และ เรียลฟิวเจอร์ น่าจะมีความพร้อมที่จะปรับลดราคาลงมาตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว จึงไม่เห็นเหตุอันควรใดๆ ที่จะไม่ปรับลดราคาลงมา
เว้นเสียแต่ว่าตั้งใจจะลักไก่ ไม่ลดราคา เพราะไม่คิดว่าจะมีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง!
เพราะที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ก็ทำได้เพียงแต่ขู่ ล่าสุดหลังจากคณะทำงานติดตามและกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามดูการลดราคาค่าบริการ รายงานว่า ผู้ให้บริการ 3จี ใหม่ยังไม่ยอมลดราคาค่าบริการจากแพ็กเกจเดิมลงมา นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ก็ออกมาบอกเพียงว่า จะทำหนังขณะนี้ประชาชนสับสนมาก เพราะค่าบริการไม่ได้ลดลงจากเดิมทั้งที่ กสทช.กำหนดว่าต้องลดแพคเกจเดิมลงมาด้วย ซึ่งหลังจากนี้ กสทช.จะมีสือแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย และให้เวลา 15 วันเพื่อให้ดำเนินการตาม หากตรวจสอบพบว่ายังไม่ปฏิบัติตาม จะใช้มาตรการลงโทษจริงจัง
ถือว่าเป็นการเตือนที่แสนนุ่มนวลและอ่อนโยน และยังแถมเวลาให้อีก 15 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับตัวมาปฏิบัติตามเกณฑ์ ทั้งๆ ที่เกณฑ์ดังกล่าวก็เป็นที่รับรู้กันมาตั้งแต่ระบบ 3จี ใหม่เริ่มตั้งไข่แล้ว
อีกทั้ง กสทช. ก็ได้ตั้งคณะทำงานติดตามและกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่
จึงน่ากังขาว่า ยังจะต้องให้เวลากันอีกหรือ?
เพราะการส่งหนังสือแจ้งเตือนครั้งแรกได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า หากผู้ประกอบการไม่ปรับลดอัตราค่าบริการลงภายใน 15 วัน จะถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 15 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544
แต่ ณ วันนี้ ผ่านไปกว่า 30 วันแล้ว การแจ้งเตือนอีกครั้งจะมีความหมายอะไร สมควรที่จะลงดาบผู้ฝ่าฝืนและเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคทันทีหรือไม่?
สำนักงาน กสทช.ควรเร่งใช้มาตรการปรับโดยทันทีเพื่อแสดงให้เห็นความเอาจริงเอาจังและจริงใจในการคุ้มครองผู้บริโภค และหากใครยังดื้อตาใส ไม่ลดราคาลงอีก ก็ต้องกล้าหาญพอที่จะเพิกถอนใบอนุญาต ห้ามประกอบกิจการไปเลย
อย่าปล่อยผู้บริโภคเคว้งคว้างอยู่กลางคลื่น 3จี อย่างวันนี้เลย
อย่ามัวแต่ขี่ม้าเลียบค่ายใช้ไม้นวม ไม้แข็ง
และการเพิกถอนใบอนุญาตให้เห็นเป็น
แล้ว แม้ว่า
นายฐากรกล่าว ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ รายงานผล
กสทช. เพลียค่ายมือถือเมินลดราคาค่าบริการ 3 จีตามกำหนด ขีดเส้นเพิ่ม 15 วัน ก่อนลงโทษจริงจัง
ทั้งนี้ ได้ออกแพคเกจค่าบริการใหม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามประกาศอัตราค่าบริการ 3 จีใหม่ ที่ต้องลดราคาลงมา 15% ประกอบด้วย ค่าโทรจาก 97 สต. เหลือ 82 สต. เอสเอ็มเอส 1.56 บาทต่อข้อความเหลือ 1.33 บาท เอ็มเอ็มเอส จากครั้งละ 3.90 บาทเหลือ 3.32 บาท และ อินเทอร์เน็ต 33 สต.ต่อ 1เมกะไบต์ เหลือเมกะไบต์ละ 28 สต.
สำหรับแพคเกจในปัจจุบัน หลังกสทช. ประกาศปรับราคาใหม่และมีผลตั้งแต่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา โดย แอดวานซ์ ไวร์เลส ได้ออกโปรโมชั่น คุยสะใจ จาก 350 บาทเหลือ 295 บาท และค่าบริการแบบพรีเพด (บัตรเติมเงิน) จากเดิม 3 นาทีแรก 2.75 สต. นาทีต่อไปนาทีละ 50 สต. เหลือ 3 นาทีแรก 2.30 สต.และนาทีต่อไป 40 สต.
นอกจากนี้ ยังมีเรียล ฟิวเจอร์ แจ้งปรับราค่าใหม่ ใน 3 แพคเกจ คือ 399 บาท เหลือ 340 บาท แพคเกจ 599 บาท เหลือ 510 บาท และ แพคเกจ 899 บาทเหลือ 765 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป รวมทั้งได้กำหนดมาตรฐานความเร็วในการดาวน์โหลดขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 345 กิโลบิตต่อวินาที และ 153 กิโลบิตต่อวินาที ในการอัพโหลด
อย่างไรก็ตาม บริการ 3 จี ใหม่ยังไม่ครอบคลุมสำหรับลูกค้าที่เดินทางไปใช้งานในต่างประเทศ เนื่องจากทั้ง 3 รายใหม่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการโรมมิ่งกับผู้ให้บริการแต่ละประเทศอยู่ ขณะที่ลูกค้าในประเทศที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้ 3 จีใหม่ กสทช.ได้กำหนดให้แสดงความจำนงผ่านเอสเอ็มเอสและเว็บไซต์ได้ รวมทั้งจะต้องสามารถดำเนินการข้ามค่ายได้ จากเดิมที่ทำได้เฉพาะบริษัทในเครือเดียวกันเท่านั้น
ยังคงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปอีกยก สำหรับผู้ใช้มือถือที่จะเปลี่ยนมาใช้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ว่าในที่สุดแล้ว ค่าบริการ ทั้งสำหรับบริการด้านเสียงและบริการไม่ใช้เสียงจะสามารถลดลง 15% ตามที่กฎหมายระบุหรือไม่?
แม้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะมีมติออกมาในการประชุมครั้งล่าสุด ให้ผู้ให้บริการ 3จี ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค บริษัทในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ในเครือของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ต้องลดค่าบริการลง 15% แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่แน่ว่า ผู้ใช้บริการทุกคนจะได้ราคาที่ถูกลง 15% เหมือนๆ กัน
เพราะจากการเลี่ยงบาลีของผู้ให้บริการ อาจทำให้โปรโมชั่น 3จี ใหม่ที่ออกมาผู้บริโภคได้รับการลดค่าบริการ 15% ไม่ครบทุกโปรโมชั่น เช่น บางโปรโมชั่นลดราคา 20% แต่โปรโมชั่นอื่น ลด 5% หรือ 10% และโปรโมชั่นที่เหลืออาจไม่ลดราคา โดยอ้างว่าเมื่อคำนวณโปรโมชั่นทั้งหมดแล้ว ราคาจะลดลง 15% หากเป็นกรณีนี้ผู้บริโภคแต่ละรายจะได้รับการลดค่าบริการไม่เท่ากัน หรือบางรายไม่ได้ลดราคาบริการเลย
และกลายเป็นว่าผู้บริโภคจะต้อง "ฉลาดเลือก" โปรโมชั่นบริการ 3จี ให้รอบคอบมากที่สุดด้วยตนเอง
เป็นการผลักภาระการคุ้มครองดูแลผู้บริโภคมาให้ผู้บริโภคดูแลคุ้มครองตนเอง อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น!
เนื่องด้วยว่า กทค.ควรจะต้องทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานการให้บริการโทรคมนาคมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า กทค.จะเอียงไปยืนอยู่ข้างผู้ประกอบการมากกว่า
แม้นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. และกรรมการ กทค. เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ค่าบริการ 3จี ในแต่ละโปรโมชั่นอาจจะลดราคาไม่เท่ากันได้ แต่เมื่อคำนวณโปรโมชั่นทั้งหมด ค่าบริการต้องลดลงเฉลี่ย 15% ซึ่งหากเอกชนอ้างว่าเมื่อคำนวณโปรโมชั่นเฉลี่ยทั้งหมดค่าบริการลดลง 15% แล้วนั้น ถือว่าทำผิดกฎหมาย
นอกจากการออกมาขู่เบาๆ ว่าจะมีมาตรการกำกับดูแลจากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่การแจ้งเตือน มาตรการปรับ และการเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว กทค.ควรจะเลิกหลับตาหนึ่งข้าง มองไม่เห็นเงื่อนไขที่ซุกซ่อนอยู่ในสัญญาที่เอาเปรียบผู้ใช้ และออกมาทำหน้าที่สร้างความเป็นธรรมให้แก่ธุรกิจและผู้บริโภคอย่างเท่าเทียมกัน ที่รักษาความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค







