
ฆ่าเอกยุทธชิงเงิน 5 ล้าน คนขับเปิดปากรับสารภาพ
เรื่องร้อนกรณีเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจ และเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ หายตัวไปอย่างลึกลับ ก็กระจ่าง โดยสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของเอกยุทธ เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถเอกยุทธ ร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และทีมสืบสวนสอบสวน สันติภาพได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือสังหารเอกยุทธเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่เขาไม่เชื่อคำรับสารภาพของสันติภาพ เพราะคาดว่าน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือกลุ่มผู้จ้างฆ่า เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะชัดเจนในวันที่11 มิ.ย.
เรื่องร้อนกรณีเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจ และเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ หายตัวไปอย่างลึกลับ ก็กระจ่าง โดยสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของเอกยุทธ เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถเอกยุทธ ร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และทีมสืบสวนสอบสวน สันติภาพได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือสังหารเอกยุทธเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่เขาไม่เชื่อคำรับสารภาพของสันติภาพ เพราะคาดว่าน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือกลุ่มผู้จ้างฆ่า เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะชัดเจนในวันที่11 มิ.ย.
ทั้งนี้ ข้อมูลของชุดสืบสวนตำรวจนครบาล ระบุว่า หลังจากควบคุมตัวสันติภาพได้ที่ปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 มิ.ย. หลังสอบปากคำตลอดคืน ก่อนเที่ยงวันที่ 11 มิ.ย. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก็พาตัวสันติภาพมาแถลงข่าว โดยสันติภาพอ้างว่า หลังจากเอกยุทธไปรับเงินจำนวน 5 ล้านบาทจากญาติที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ก็ขับรถพาเอกยุทธไปส่งที่ จ.เพชรบุรี โดยมีรถเก๋งมารับต่อเพื่อพาเอกยุทธข้ามแดนหนีไปประเทศพม่า จากนั้นจึงขับรถกลับบ้านเกิดที่ จ.พัทลุง แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว จึงสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ข้อสงสัยคือ เหตุใดสันติภาพจึงมีเงินสดติดตัวอยู่ถึง 6.5 หมื่นบาท ซึ่งมากผิดสังเกต รวมทั้งมีแหวนทองคำขาวคล้ายกับที่เอกยุทธสวมอยู่เป็นประจำ อีกทั้งรองเท้าของผู้ต้องหายังเปื้อนโคลนโดยไม่สามารถระบุสาเหตุได้
หลังการแถลงข่าวกับสื่อผ่านไป ชุดสืบสวนก็เค้นสอบสันติภาพต่ออีกกว่า 4 ชั่วโมง กระทั่งสันติภาพยอมสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่าเอกยุทธเพื่อต้องการชิงทรัพย์ และโกรธแค้นที่เอกยุทธไล่แฟนสาวออกจากงาน โดยยิงด้วยปืนจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปฝังดินไว้ในพื้นที่ จ.พัทลุง รอยต่อ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีเปี๊ยกและชวลิตเพื่อนสนิทร่วมก่อเหตุ
หลังผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้รายงานผลให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีทราบในทันที ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า เอกยุทธเสียชีวิตแล้ว
“ผมให้น้ำหนักถูกฆาตกรรมชิงทรัพย์มากกว่า เหตุผล เพราะเงินจำนวน 5 ล้านบาทเป็นจำนวนที่มาก และเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด คนขับรถของเอกยุทธเพิ่งมาอยู่ไม่ถึงปี ไม่มีความแนบแน่น ไม่มีความใกล้ชิด ไม่มีเรื่องอื่นเลย”
แม้จะถูกสื่อซักไซ้อย่างหนักในการฟันธงปมคดี ทั้งที่เอกยุทธถือได้ว่ามีบทบาทตรงข้ามรัฐบาล แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ยืนยันมั่นใจว่า
“ประเด็นทางการเมืองไม่มี เชื่อผมเถอะ เพราะเชื่อใจลูกน้อง ปลาตายน้ำตื้น คนเราเกิดมาเป็นคนฉลาดที่สุดจะโง่ที่สุด รอบคอบที่สุดจะประมาทที่สุด นี่คือธรรมชาติ และระยะหลังเอกยุทธห้าว ผมวิเคราะห์อย่างนี้นะ”
แม้ตำรวจใหญ่บางคนจะมีปัญหากับเอกยุทธ แต่ ร.ต.อ.เฉลิมก็มั่นใจว่า ปัญหาเช่นนั้นไม่ถึงขั้นฆ่าแกงกัน เถียงกันไปเถียงกันมา ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ตำรวจมีการฝึกพื้นฐานในด้านเข้าใจถูกผิด ฝึกให้รู้จักรับใช้ประชาชน
ช่วงค่ำวันเดียวกัน ฝ่ายสืบสวนตำรวจนครบาลได้ควบคุมตัวสันติภาพขึ้นเครื่องบินตำรวจไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อนำตัวไปชี้จุดฝังศพเอกยุทธในพื้นที่ จ.พัทลุง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ญาติของเอกยุทธเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลางและกองปราบปรามว่าเอกยุทธหายตัวไปจากบ้านพักตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. จากนั้นชุดสืบสวนของนครบาลและกองปราบปรามก็เร่งติดตามคดี โดยพบเบาะแสรถตู้โฟล์คสวาเกนของเอกยุทธในพื้นที่ภาคใต้ จึงติดตามกระทั่งควบคุมตัวสันติภาพมาสอบสวน และยอมสารภาพดังกล่าว
แต่คดีนี้ยังมีข้อน่าสงสัยอีกหลายประการ ซึ่งหากพบศพเอกยุทธแล้ว ชุดสืบสวนสอบสวนน่าจะแถลงถึงปมน่าสงสัยอีกหลายประการ ไม่ว่าการรับเงินสด 5 ล้านบาทที่สนามบินสุวรรณภูมิ และการสั่งจ่ายเช็คหลายครั้ง







