posttoday
"ปู" อยู่ครบเทอมโต้กระแสยุบสภา

"ปู" อยู่ครบเทอมโต้กระแสยุบสภา

12 มิถุนายน 2556

กระแสข่าวเกี่ยวกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งใหม่ เริ่มทวีกำลังแรงมากยิ่งขึ้น

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

กระแสข่าวเกี่ยวกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งใหม่ เริ่มทวีกำลังแรงมากยิ่งขึ้น ภายหลังสภาพแวดล้อมขณะนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เอื้อให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี สามารถตัดสินใจได้แทบทั้งสิ้น

ปัจจัยที่ว่านั้นล้วนเป็นทั้ง “ปัจจัยเสี่ยงต่อรัฐบาล” ที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์อาจต้องใช้การยุบสภาเพื่อแก้ปัญหา และ “ปัจจัยสนับสนุนรัฐบาล” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลเตรียมสะสมความได้เปรียบให้มากที่สุดก่อนยุบสภา

ในด้าน “ปัจจัยเสี่ยงต่อรัฐบาล” ต้องยอมรับว่า “ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว” เป็นภาวะคับขันที่สุดของรัฐบาล ไม่ว่าจะพยายามหลบฉากหนีอย่างไรก็เต็มไปด้วยขวากหนาม

เมื่อปรากฏภาพชัดเจนแล้วว่า “บุญทรง เตริยาภิรมย์” รมว.พาณิชย์ กำลังจนแต้ม เนื่องจากยังไม่สามารถหาหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหารัฐบาลทำโครงการนี้ไม่ได้เจ๊งถึง 2.6 แสนล้านบาท ตามที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหา

ที่สำคัญสภาพย่ำแย่ของโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้มีเฉพาะประเด็นขาดทุนเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงความโปร่งใสในการบริหารงานด้วย

เห็นได้จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน อันเป็นตัวสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า โครงการนี้กำลังมีปัญหา ไม่ได้ปลอดโปร่งราบรื่นเหมือนกับที่รัฐบาลพยายามได้สื่อสารออกมา

เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะยังไม่ระบุชัดว่าจะวินิจฉัยคดีเมื่อไหร่ แต่ในพรรคเพื่อไทยประเมินแล้วว่า บรรยากาศเวลานี้ไม่ค่อยเป็นใจกับพรรคมากนัก และมีแนวโน้มสูงที่พรรคจะไปไม่รอดจนต้องยุบสภา

ดังเช่นที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สไกป์มาที่พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 17 เม.ย.แล้วว่า “ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ หากจำเป็นจะต้องยุบสภาก็ต้องยุบ เพื่อให้ได้จำนวนเสียง สส.ของพรรคเพิ่มขึ้น”

ส่วน “ปัจจัยสนับสนุนรัฐบาล” กฎหมายการเงินที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาท และ ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท

หากกฎหมายทั้งสองฉบับผ่านสภาและวุฒิสภา แน่นอนว่าจะสร้างอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นให้กับพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ พร้อมกับสามารถสร้างประเด็นเพื่อนำไปสู่การหาเสียงได้อย่างหลากหลาย ต่างกับฝ่ายค้านที่ไม่ได้มีอะไรในมือที่จะสร้างนโยบายได้เหมือนกับพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าถ้าดูจากปัจจัยดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ก็จะน่าเป็นฤกษ์ดีที่สุดที่รัฐบาลจะชิงความได้เปรียบด้วยการยุบสภาได้ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยการันตีให้รัฐบาลกลับมามีต้นทุนทางการเมืองมากขึ้น แต่ในอีกมุมมองหนึ่งอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

กล่าวคือ พรรคเพื่อไทยมีความได้เปรียบมากพอที่ช่วยให้กลับมาเป็นรัฐบาลก็จริง แต่การยุบสภาย่อมเป็นการชี้ชัดได้ว่า ยิ่งลักษณ์สารภาพว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการความไม่ชอบมาพากลในโครงการรับจำนำข้าว

เพียงแค่เงื่อนไขนี้อย่างเดียวก็เพียงพอจะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์สร้างวาระขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการโกยคะแนนเข้าพรรคเพิ่ม ผนวกกับกลุ่มการเมืองนอกสภาจะมีประเด็นเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอีกทั้งบนถนนและในสื่อสังคมออนไลน์ ย่อมส่งผลต่อฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยไม่มากก็น้อย

ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วจากการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้แพ้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่แพ้ให้กับกระแสต่อต้านรัฐบาลที่ใช้พรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวแทนมากกว่า

บทเรียนนี้ย่อมเป็นตัวฉุดรั้งให้การยุบสภาไม่ให้เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ในทางกลับกัน นายกฯ ยิ่งลักษณ์เลือกที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อใช้อำนาจรัฐและกลไกที่ตัวเองมีแก้ข้อครหาทั้งหมด โดยมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะอยู่ให้ครบเทอมจนถึงปี 2558 เพื่อแสดงเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีความชอบธรรม

ไม่มีประโยชน์อะไรที่พรรคเพื่อไทยจะทิ้งอำนาจรัฐและลงสู่สนามเลือกตั้งทั้งที่ข้อครหายังวนเวียนอยู่ ขืนเลือกตั้งด้วยภาวะนี้ความเสี่ยงย่อมมีอยู่ไม่น้อย

สู้ทู่ซี้อยู่ในอำนาจรัฐและสะสมความได้เปรียบให้เหนือคู่แข่งต่อไปเรื่อยๆ จนครบวาระก็ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะแรงกดดันนอกสภาก็ยังไม่มีพลังมากพอ แล้วใช้กระบวนการทางการเมืองอย่างการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เอารัฐมนตรีที่มีปัญหาออกไปเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นรายกรณีไป แบบนี้ก็น่าจะพอให้รัฐบาลพอไปรอดได้

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจว่าทำไมกระแสข่าวการปรับ ครม.เริ่มมีเสียงดังขึ้น จนรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายถูกเขี่ยทิ้งถึงต้องออกมาเคลื่อนไหวทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดและมัดใจนายกฯ ในระยะนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท