
ศาลปกครองพิจารณาโครงการน้ำ27มิ.ย.
ศาลปกครองเตรียมพิจารณาข้อร้องเรียนสมาคมต้านโลกร้อน 27 มิ.ย. นี้ ด้าน"ปลอด"เบี้ยวแจงข้อมูลโครงการน้ำต่อกมธ.
ศาลปกครองเตรียมพิจารณาข้อร้องเรียนสมาคมต้านโลกร้อน 27 มิ.ย. นี้ ด้าน"ปลอด"เบี้ยวแจงข้อมูลโครงการน้ำต่อกมธ.
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) แจ้งขอเลื่อนการให้ข้อมูลโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ซึ่งจัดเสวนาหัวข้อเรื่อง"การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ"เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าติดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกและต่อรองราคากับผู้ชนะการประมูล และไม่ได้ส่งตัวแทนมาให้ข้อมูลแต่อย่างใดด้วย
นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม และประธานคณะอนุกมธ.ทรัพยากรน้ำ ทะเล และชายฝั่ง ในคณะกมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พรก.เงินกู้จะหมดอายุในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ จึงมีการเร่งรีบเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกฝ่ายมีข้อมูลน้อยมากสำหรับโครงการใหญ่ขนาดนี้ และมีคำถามมากมาย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเขื่อนใดที่ใช้เวลาสร้างน้อยกว่า 10 ปี แต่เมื่อเชิญแล้วไม่มา คณะกมธ. จะประชุมหารือว่าจะทำอย่างไร จะต้องออกหมายเรียกรัฐสภาหรือไม่ เพื่อดึงข้อมูลของโครงการนี้ออกมาให้สาธารณชนรับรู้มากที่สุด
นายปรเมศวร์ มินศิริ ตัวแทนเว็บไซต์ไทยฟลัดดอทคอม กล่าวว่า ตลอดเวลา 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีตัวแทนภาครัฐร่วมให้ข้อมูลโครงการน้ำในเวทีเสวนาต่างๆเลย ร่วมทั้งล่าสุดงานเสวนาที่จัดขึ้นโดยภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น นายปลอดประสพก็แจ้งยกเลิกกระทันหัน และการดำเนินการต่างๆของรัฐบาลก็เดินหน้ามาจนถึงขั้นตอนการเปิดซองประมูลเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา
วันเดียวกันศาลปกครองได้แจ้งนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งได้ยื่นฟ้องก่อนหน้านี้ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินและขอให้มีคำสั่งให้รัฐใช้ขั้นตอนที่ถูกต้องในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว โดยศาลระบุว่าคดีมีมูลแต่ไม่รับคุ้มครองฉุกเฉินเนื่องจากยังไม่เกิดนิติสัมพันธ์ แต่เมื่อเปิดซองประมูลและเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 มิ.ย.นี้แล้ว ศาลแจ้งผู้ฟ้องว่าจะรับพิจารณาคดี โดยกำหนดวันพิจารณาในวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 13.00 น.
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคำถามอยากได้คำชี้แจงจากผู้รับผิดชอบโครงการมากว่ามีแนวคิดอย่างไรถึงตั้งงบประมาณขึ้นมาก่อนแล้วจึงค่อยประมูล แล้วถึงมาทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ละโมดูลเชื่อมโยงกันอย่างไร และถ้าโมดูลใดโมดูลหนึ่งไม่เสร็จใน 5 ปี จะเกิดผลกระทบอย่างไร
"ที่ผ่านมาก็เคยมีการเชิญมาให้ข้อมูลในชั้นอนุกมธ. และวันที่ 11 มิ.ย.ก็ประชุมกมธ.ชุดใหญ่ ซึ่งการที่ประธานกบอ.ไม่ม่ชี้แจง ก็คือการตั้งใจไม่เปิดเผยข้อมูลกับกมธ. ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้รัฐบาลแย่ลงไปอีกเพราะดูไม่มีความจริงใจที่จะให้ข้อมูล"นายหาญณรงค์ กล่าว
นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตประธานกมธ.สิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โครงการนี้มีการละเมิดที่ชัดเจน ทั้งการละเมิดการรับรู้ข้อมูลและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่กำหนดสิทธิไว้ตามรัฐธรรมนูญ และการละเมิดสิทธิของประชาชน เพราะหากใช้ระบบการปิดล้อมไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ น้ำก็ต้องไหลไปที่อื่น ทำให้ประชาชนที่อื่นได้รับผลกระทบอยู่ดี
"ในแง่กฎหมายภาพมันชัด ต้องหยุดแล้วเริ่มกระบวนการใหม่ให้มันถูกต้อง ทุกวันนี้เราถูกหลอกเริ่มตั้งแต่งบ 3.5 แสนล้านมาจากไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วแทนที่จะจ้างที่ปรึกษามาประเมินเครื่องมือจัดการน้ำ แล้วค่อยดูว่าจะเพิ่มเติมตรงไหน วางยุทธศาสตร์แล้วค่อยออกแบบและประเมินวงเงินโครงการ หน้าที่พวกนี้รัฐบาลต้องทำแต่ดันโยนให้เอกชนทำโครงการก็มีช่องโหว่มากมาย"นายแก้วสรร กล่าว
นายชัยยุทธ สุขศรี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการนี้มีการเปิดเผยข้อมูลน้อยจนไม่สามารถวิเคราะห์ทางวิชาการได้ อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่าการดำเนินการที่ทำอยู่มีฐานความคิดจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 เป็นตัวตั้งแล้วหาวิธีลดความเสียหาย ซึ่งว่ากันว่าเป็นน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 100 ปี แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ปี 2554 มีน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ 4,500-5,000 ลบ.ม./วินาที แต่ในอดีตเคยมีน้ำไหลผ่านนครสวรรค์ 7,500 ลบ.ม. มาแล้ว หากในอนาคตมีน้ำมากกว่าปี 2554 จะเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ การออกแบบระบบโดยใช้การปิดล้อมพื้นที่นั้น รัฐบาลไม่ได้พูถึงความเสี่ยงของคนท้ายน้ำเลยเพราะเมื่อปิดล้อมพื้นที่ไม่ให้ท่วมข้างบน น้ำจะมีแรงดันและความสูงมากกว่าเดิม คนท้ายน้ำจะมีต้นทุนการป้องกันน้ำท่วมสูงกว่าคนต้นน้ำ และรัฐบาลยังไม่เคยบอกว่าโครงการ 3.5 แสนล้าน จะทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยนไปอย่างไร







