
ระวังวิกฤตการเงินเอเชีย
นับเป็นประเด็นที่สื่อต่างชาติให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการกว้านซื้อกิจการของบรรดานักธุรกิจไทยในช่วงปีที่ผ่านมา
นับเป็นประเด็นที่สื่อต่างชาติให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการกว้านซื้อกิจการของบรรดานักธุรกิจไทยในช่วงปีที่ผ่านมา
ล่าสุด รอยเตอร์สเผยรายงานพิเศษ โดยเตือนว่าการแห่ควบซื้อกิจการของนักธุรกิจไทย โดยเฉพาะ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงทางด้านการเงินที่เสี่ยงปะทุขึ้นอีกครั้งในเอเชีย เหมือนเมื่อครั้งเกิดวิกฤตการณ์การเงินในภูมิภาคเมื่อปี 2540
“มหาเศรษฐีชาวไทยทั้งสองสะท้อนความจริงที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชีย ซึ่งก็คือการฉวยโอกาสจากเงินกู้ราคาถูก ซึ่งเป็นผลพวงจากค่าเงินท้องถิ่นที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังบรรดาธนาคารกลางชาติเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐและญี่ปุ่นต่างอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” รายงานระบุ
ทั้งนี้ หากรวมการควบซื้อกิจการทั้งหมดของทั้งสองบริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา อาทิเช่น การเข้าซื้อกิจการ บริษัท สยามแม็คโคร ของ บริษัท ซีพี ออลล์ และการเข้าซื้อบริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ของบริษัท ไทยเบฟฯ พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.1 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าที่บรรดาบริษัทไทยทั้งหมดใช้ในการลงทุนในต่างประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเสียอีก
นักลงทุนรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยนามในฮ่องกง เตือนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากทุกอย่างล้วนแต่เป็นการสร้างหนี้ทั้งสิ้น
สอดคล้องกับความเห็นของรอยเตอร์ส ที่แสดงความกังวลว่า การสร้างหนี้มากมายมหาศาลอาจนำไปสู่วิกฤตการเงินได้ในอนาคต หากเศรษฐกิจชะลอตัว หรือหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น







