posttoday
บทเรียน

บทเรียน

11 มิถุนายน 2556

ขอแสดงความชื่นชมกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ออกมายืนยันว่า คดี ปรส. ยังไม่หมดอายุ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะไม่ปล่อยให้หมดอายุโดยไม่ได้มีการพิจารณาอย่างเด็ดขาด

ขอแสดงความชื่นชมกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ออกมายืนยันว่า คดี ปรส. ยังไม่หมดอายุ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะไม่ปล่อยให้หมดอายุโดยไม่ได้มีการพิจารณาอย่างเด็ดขาด

เรื่องคดี ปรส.นี้ หลายท่านอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเก่าที่เกิดมานานแล้ว ทำไมต้องนำมาพูดถึงอีก เหตุที่ต้องกลับมาพูดถึงเพราะเรื่องวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2540 จนมาถึงเรื่องคดี ปรส.นี้ ได้ให้บทเรียนกับประเทศไทยไว้ในหลายเรื่อง และคนไทยรุ่นหลังจะได้ศึกษาไว้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก นอกจากนี้เรื่องของ ปรส.นี้ยังมีส่วนทำให้หนี้สาธารณะของประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 1.4 ล้านล้านบาท โดยไม่ได้มีการพัฒนาประเทศในด้านใดเลย อีกทั้งรัฐบาลยังต้องชำระดอกเบี้ยให้ทุกปี ปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาทมากว่าสิบปีแล้ว ตามข้อตกลงกับ ธปท. ที่ขอให้รัฐบาลช่วยชำระดอกเบี้ย โดย ธปท.ขอรับผิดชอบเงินต้น แต่ ธปท.ไม่เคยชำระเงินต้นคืนเลย

บทเรียนแรกเป็นเรื่องการที่ผู้นำประเทศจะต้องมีวิสัยทัศน์ในการปรับประเทศให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยปัญหาของประเทศไทยในช่วงนั้นเป็นปัญหาที่หมักหมมมานานแล้ว โดยค่าเงินบาทในขณะนั้นที่มีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่กับดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่าที่แข็งเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานของประเทศมาก และเป็นมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่หลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ใช่ในเฉพาะในสมัยรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งแทนที่รัฐบาลก่อนหน้านี้จะได้ปรับอัตราแลกเปลี่ยนให้ลดลงแต่ไม่กล้าทำ เพราะกลัวจะเสียความนิยม จึงปล่อยให้ปัญหานี้เรื้อรังต่อมา จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลพลเอกชวลิต ที่ไม่สามารถจะแบกรับค่าเงินที่แข็งค่ามากได้อีกต่อไป เพราะสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยไม่สามารถส่งออกไปแข่งขันได้ ดังนั้นบทเรียนนี้จึงสอนให้รู้ว่า ผู้นำที่ดีอาจจะต้องยินยอมทำเรื่องที่ไม่ถูกใจประชาชนบ้างเพื่อประโยชน์ในระยะยาวของประเทศ ทั้งนี้รวมถึงเรื่องพลังงานที่เป็นปัญหาหมักหมมของประเทศนี้ด้วย

บทเรียนที่สอง การที่ ธปท.นำเงินทุนสำรองของประเทศไปสู้กับกองทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มาเก็งกำไรค่าเงินบาทในขณะนั้น ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องเสียเงินทุนสำรองไปทั้งหมด ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการสัมภาษณ์ของผู้บริหารกองทุนเหล่านี้ให้ช้ำใจว่า เปรียบเหมือนเหล่าหมาป่าที่เห็นแกะฝูงใหญ่ที่วิ่งออกมาให้เลือกขม้ำกันตามใจชอบ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่มีทางที่ประเทศไทยที่เงินสำรองในขณะนั้นจะไปสู้กับกองทุนขนาดใหญ่ของต่างชาติได้ ทั้งนี้อาจจะต้องขอกล่าวถึงปัญหาของ ธปท.ในการตรวจสอบการบริหารงานของสถาบันการเงินหลายแห่งก่อนหน้านี้ ที่มีการปล่อยเงินกู้กันอย่างหละหลวมให้กับผู้ถือหุ้นและพรรคพวกของตนจนทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมาก จนทำให้ ธปท.ต้องเข้ายึดสถาบันการเงินหลายแห่งในขณะนั้น ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของทั้งสถาบันการเงินของไทยและ ธปท.

บทเรียนที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ปรส. ที่มีการดำเนินการที่ผิดปกติหลายประการ แต่ที่สำคัญหลักๆ คือการจัดกองสินทรัพย์จำนวนอย่างต่ำ 5 พันล้านบาท เพื่อต้องการให้ต่างประเทศนำเงินจากต่างประเทศมาลงทุน เพราะในขณะนั้นคงไม่มีคนไทยคนไหนสามารถจะหาเงินค้ำประกันจำนวนดังกล่าวได้ แต่ปรากฏว่าต่างประเทศไม่ได้นำเงินเข้ามาเลย แต่ใช้การระดมทุนในประเทศเพื่อมาซื้อสินทรัพย์ในราคาถูก แล้วนำมาขายคืนให้กับคนไทยในราคาที่แพงและได้กำไรมหาศาล แทนที่จะให้คนไทยได้มาเจรจาประนอมหนี้เองโดยอ้างว่าจะเป็นการเพาะนิสัยที่ไม่ดี (Moral Hazard) แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติตั้งโต๊ะเป็นตัวกลางกินส่วนต่างจากการประมูลซื้อและขายสินทรัพย์ให้กับคนไทยเอง โดยทรัพย์สินกว่า 8 แสนล้านบาท ถูกขายได้เพียง 2 แสนล้านบาทเท่านั้น และที่แย่กว่านั้นและเป็นคดีที่มีการตัดสินแล้วคือการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ประมูลได้ โดย ปรส.อนุญาตให้ผู้ประมูลได้นำกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นใหม่มาเซ็นสัญญาแทนชื่อผู้ที่ประมูลได้จริงโดยเลยกำหนดวันเซ็นสัญญาไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรมหาศาลนี้ โดยรัฐบาลในขณะนั้นได้มีการออกกฎหมายใหม่เพื่ออนุญาตให้ละเว้นภาษีเงินได้แก่กองทุนรวมเหล่านี้ แต่ขณะนั้นกฎหมายยังออกไม่เสร็จในช่วงที่มีการประมูล จึงมีการอนุญาตให้นำกองทุนรวมที่เพิ่งตั้งใหม่นี้มาเซ็นสัญญาแทนได้ในภายหลังทั้งที่เลยกำหนดเวลาไปแล้ว ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์อย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลในเบื้องลึกว่า มีนักการเมืองหลายคนในรัฐบาลขณะนั้นได้ประโยชน์อย่างมหาศาล คำถามที่ค้างคาใจคือ ถ้าศาลตัดสินว่า ผู้บริหารของ ปรส.มีความผิดที่ทำรัฐเสียหายที่อนุญาตให้กองทุนรวมที่ตั้งใหม่และไม่ได้เป็นผู้ประมูลได้เข้ามาเซ็นสัญญาแทนผู้ประมูลได้ ทั้งที่เลยเวลากำหนดแล้วเพื่อไม่ต้องเสียภาษี แล้วรัฐบาลที่ออกกฎหมายเว้นภาษีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกองทุนรวมเหล่านี้ และอาจจะมีการสั่งให้ ปรส.อนุมัติให้ใช้กองทุนรวมที่ตั้งใหม่นี้เซ็นสัญญาได้จะมีความผิดด้วยหรือไม่

บทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดคือในภาวะที่ประเทศกำลังล่มสลาย แต่กลับมีผู้หาประโยชน์จากซากความเสียหายในขณะนั้น ซึ่งไม่น่าจะให้อภัยกันได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท