
ปปช.ข่ฟันพณ.
ฐานดื้อแพ่งไม่เปิดข้อมูลเจ๊งข้าวกิตติรัตน์โว13มิ.ย.รัฐบาลเปิดตัวเลขหม่อมอุ๋ยเตือนลดราคาจำนำช่วยไม่ได้
ฐานดื้อแพ่งไม่เปิดข้อมูลเจ๊งข้าวกิตติรัตน์โว13มิ.ย.รัฐบาลเปิดตัวเลขหม่อมอุ๋ยเตือนลดราคาจำนำช่วยไม่ได้
ป.ป.ช.จ้องเอาผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ข้าราชการพาณิชย์ ปิดตัวเลขระบายข้าว
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขการระบายข้าว ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลว่า ได้มีการรับจำนำข้าวจากชาวนา ขายและส่งออกข้าวไปจำนวนเท่าใดแล้ว รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการเข้าออกไปยังใครบ้าง แต่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ไม่ยอมส่งตัวเลขมาให้ ป.ป.ช. ทั้งที่ทวงแล้วทวงอีก
“ป.ป.ช.กำลังพิจารณาว่า หากยังไม่ได้รับความร่วมมือก็จะดำเนินการเรื่องการละเว้นปฏิบัติหน้าที่กับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนกรณีที่พณ.ปกปิดตัวเลขการขาดทุนในโครงการจำนำข้าวนั้น ก็กำลังติดตามตรวจสอบอยู่เช่นกัน” นายวิชา กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายการรับจำนำข้าวถือเป็นนโยบายที่ดี จึงเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนทำให้ประเทศให้แข็งแรง จึงได้ให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูล และให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กลับไปพิจารณาว่าการรับจำนำข้าวต่อไปจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานราชการทั้งหมด เพื่อนำมาประมวลเป็นข้อเสนอแนะ แก้ไขปัญหาที่หน่วยงานต่างๆ ให้ข้อมูลไม่ตรงกันจนเกิดความสับสน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เสนอว่า ให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเงินจากการระบายข้าวให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวต่อ ยังไม่ต้องคืนกระทรวงการคลังและไม่ต้องส่งให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพราะจะนำเงินออกมาหมุนเวียนใช้อีกไม่ได้
สำหรับการรวมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 รอบที่ 1 และรอบ 2 ครม.ยังคงกรอบวงเงินและปริมาณรับจำนำข้าวเท่าเดิม คือ 3.45 แสนล้านบาท (นาปี 2.4 แสนล้านบาท และนาปรัง 1.05 แสนล้านบาท ) ส่วนปริมาณการรับจำนำข้าวอยู่ที่ 22 ล้านตัน (นาปี 15 ล้านตัน และนาปรัง 7 ล้านตัน)
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว่า กระทรวงพาณิชย์ชี้แจง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 รอบที่ 1 ไปเกือบเต็มจำนวน 15 ล้านตันตามมติครม.แล้ว ทำให้ธ.ก.ส.หยุดจ่ายเงินให้เกษตรกร
ขณะที่ผลการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 รอบ 2 หรือนาปรัง 2556 มีการรับจำนำข้าวเพียง 4 ล้านตัน จากเป้าหมายที่ครม.อนุมัติไว้ 7 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง 2556 ปริมาณข้าวที่เข้าโครงการจะน้อยกว่า 7 ล้านตัน จึงเสนอให้รวมโครงการเพื่อให้การจ่ายเงินยืดหยุ่นขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ ระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้รายงานว่าการผลิตข้าวนาปรัง ปี 2556 คาดว่าจะมีเนื้อที่เพาะปลูกรวมทั้งสิ้น 14.7 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิต 9.9 ล้านตันข้าวเปลือก หรือคิดเป็นผลผลิตต่อไร่ 676 กิโลกรัมต่อไร่
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ครม.ยังมีมติว่า การใช้เงินหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2554/55 (นาปี 2554/55 และนาปรัง 2555 ) และโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 (นาปี 2555/56 และนาปรัง 2556) ต้องใช้เงินหมุนเวียนไม่เกิน 5 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากบางช่วงเวลาที่ต้องรอเงินที่ได้จากการระบายผลผลิต หรือเงินจากแหล่งอื่นๆ ทำให้วงเงินหมุนเวียนเกินกว่ากรอบ 5 แสนล้านบาท ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินไปก่อน โดยธ.ก.ส.จะคิดอัตราดอกเบี้ย FDR+1 แต่เมื่อถึงวันที่ 31 ธ.ค.2556 กรอบวงเงินหมุนเวียนจะต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท
ครม.มีมติให้ธ.ก.ส.แยกบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกออกจากการดำเนินงานตามปกติ เป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และให้บันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ ให้ธ.ก.ส.ไม่ต้องรวมผลการดำเนินโครงการจากเงินกู้ที่ได้กู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่นๆเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ใช้ในการคำนวณสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ กรณีที่มีผลขาดทุนจากการดำเนินโครงการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเลยภาระขาดทุนทั้งในส่วนเงินทุนของธ.ก.ส.และส่วนที่เป็นเงินกู้ของสถาบันการเงิน
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมครม.นายบุญทรง ชี้แจงครม.รับทราบการแถลงข่าวโครงการจำนำข้าวเปลือกเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. แต่มีหลายฝ่ายที่ยังสับสนในข้อมูลที่แถลง ขณะที่หน่วยงานของรัฐ คือ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์มีตัวเลขไม่ตรงกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้ขอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นผู้รวบรวมข้อมูลตัวเลขโครงการรับจำนำข้าว แต่นายกิตติรัตน์ ออกตัวว่า กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่ให้ตัวเลข ให้หากตนเป็นผู้รวบรวมข้อมูลจะทำให้ดูไม่เป็นกลาง
ดังนั้น นายกฯจึงมอบหมายนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นคนกลางรวบรวบข้อมูลตัวเลขโครงการรับจำนำข้าว ก่อนที่จะมีการนำเสนอและสรุปตัวเลขทั้งหมดให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาในวันที่ 13 มิ.ค.นี้
ร.ท.หญิงสุณิสา ระบุว่า ในที่ประชุมครม.นายกิตติรัตน์ ได้เสนอว่าเงินที่ได้จากการระบายข้าว ให้กระทรวงพาณิชย์ส่งคืนให้ธ.ก.ส.เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว และไม่ต้องส่งให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อหากส่งเงินไปที่สบน.จะทำให้การหมุนเวียนเงินมีความไม่คล่องตัว
แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. กล่าวว่า ในช่วงการพิจารณารวมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถามนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ว่า เหตุใดจึงต้องรวมโครงการ ซึ่งนายบุญทรง ชี้แจงไม่ชัดเจน นายกิตติรัตน์ และนายวราเทพ จึงร่วมกันชี้แจง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่เข้าใจ เพราะจุดประสงค์ของนายกฯ คือ ต้องการรู้ว่าทำไมเงินไม่พอ
กระทั่งนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ชี้แจงง่ายๆว่าเป็นการรวมโครงการเพื่อให้โยกเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ปี 255ถ/256 รอบที่ 1 ไปใช้ในโครงการรอบ 2 ได้ แต่ก็ไม่ตรงที่นายกฯถาม
คลังบี้ขาดทุนข้าวแจงมูดี้ส์
นายสมชัย สัจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ยังไม่สามารถทำหนังสือชี้แจงการขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ให้สถาบันจัดอันดับ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เพราะอยู่ระหว่างพยายามหาข้อมูลที่ชัดเจนให้ได้ก่อน
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การชี้แจงข้อมูลจำนำข้าวให้กับมูดี้ส์ ทางกระทรวงการคลังจะต้องสรุปตัวเลขกับกระทรวงพาณิชย์ให้ตรงกันเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้นอีก
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า การทำความเข้าใจกับกระทรวงพาณิชย์ ต้องยึดเรื่องมาตรฐานทางบัญชีให้ตรงกัน ส่วนผลขาดทุนจะเป็นเท่าไร จะต้องกันหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสำคัญน้อยกว่าการทำบัญชีของโครงการรับจำนำข้าวให้ตรงกันเสียก่อน
"ซึ่งที่เป็๋นห่วงตอนนี้ คือเรื่องการทำบัญชีโครงการรับจำนำ กระทรวงการคลังกำลังพยายามพูดถึงมาตรฐานทางบัญชีที่เป็นสากล เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือของโครงการ ซึ่งจะทำให้ชี้แจงกับฝ่ายอื่นเข้าใจได้ รวมถึงสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย" นายอารีพงศ์ กล่าว
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตอนนี้คลังเป็นห่วงเรื่องผลขาดทุนโครงการข้าวที่รัฐบาลดำเนินการมา 2 ปี ที่สูงถึง 2.6 แสนล้านบาทแล้ว ยังเป็นห่วงเรื่องเงินที่จะมาใช้ในโครงการรับจำนำที่สูงถึง 6.6 แสนล้านบาท และยังกังวลว่าการรับจำนำอบใหม่ของข้าวนาปี 2556/57 และ ข้าวนาปรังปี 2557 หากต้องกู้เพิ่ม เพราะกระทรวงพาณิชย์ยังระบข้าวไม่ทัน จะทำให้ต้องกู้เงินเพิ่ม ยิ่งจะทำให้สถาบันจัดอันดับมองว่าเป็นความเสี่ยงทำให้เครดิตของประเทศถูกลดมากขึ้น
แหล่งข่าว กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นอกจากหารือเรื่องผลขาดทุนโครงการรับจำนำแล้ว ยังต้องหารือแผนการรับจำนำรอบใหม่ว่าจะใช้เงินจากไหน เพราะที่ผ่านมาก็มีการคาดการณ์ผิดว่าจะระบายข้าวได้ทัน สามารถใช้เงินกู้ให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 5 แสนล้านบาท แต่สุดท้ายทำไม่ได้ทำให้การใช้เงินเกินไปถึง 6.6 แสนล้านบาท
10 มิ.ย.56 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือ ครม.ปู 1 ออกมาเปิดเผยถึงการเปรียบเทียบการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นน







