
ดีเอสไอรับทำคดีแดงปะทะ10 เม.ย.
ศอฉ.ให้ดีเอสไอสอบบึ้มป่วนเมือง โยงใยก่อการร้าย ยันทำคดีโปร่งใสถูกเป็นถูกผิดเป็นผิด
ศอฉ.ให้ดีเอสไอสอบบึ้มป่วนเมือง โยงใยก่อการร้าย ยันทำคดีโปร่งใสถูกเป็นถูกผิดเป็นผิด
เมื่อเวลา 10.30 น.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ หลังการประชุมนายสุเทพ แถลงว่า ศอฉ.ได้นำความให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณา ให้รับคดีที่เกิดขึ้นเป้นคดีพิเศษ ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณา และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดคีความผิดทางอาญากรณีการก่อการร้าย การขู่บังคับต่อรัฐบาล การทำร้ายประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ การกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ ตั้งแต่ปลายปี 2552 เป็นคดีพิเศษที่ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับ หน่วยงานอื่นๆอีก 9 หน่วยงานร่วมกับสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คณะกรรมการได้ให้คำแนะนำเป็นข้อห่วงใยและยึดถือเป็นแนวทางหลายประการ ประการสำคัญ คือ การสอบสวนครั้งนี้ให้ทำตามมาตรฐานของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา คือตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ถูกเป็นถูกผิดเป็นผิด โดยยึดถือความเป็นกลางและความยุติธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อถือและมีความสบายใจในเรื่องนี้ ที่สำคัญเป็นที่จับตาของนานาชาติ
การสอบสวนครั้งนี้จึงต้อง เป็นไปตามมาตรฐานสากล จากข้อแนะนำต่างๆจากคณะกรรมการฯให้มีการบูรณาการทำงางานร่วมกันกับหลายหน่วย งานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ รวดเร็วในการทำงาน และโปร่งใส ไม่มีการครอบงำ ซึ่งหน่วยงานทั้ง 10 หน่วยงานประกอบด้วย กรมสอบสวนคดี พิเศษเป็นหน่วยหลัก สำนัก งานอัยการสูงสุด เป็นที่ปรึกษาและร่วมในการสอบสวน
นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงกลาโหม โดยกรมพระธรรมนูญ กองทัพบก สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจภูธรภาคของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้ง นี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการสอบสวนคดีดังกล่าว ขอยืนยันจะปฎิบัติ ตามข้อแนะนำของคณะกรรมการฯ ในทุกประการเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม การใช้อำนาจบริหารในขบวนการนิติรัฐ เพื่อให้ความสงบสุขในสังคมบ้านเมืองเกิดขึ้น ตามที่ประชาชนต้องการ
นายธาริต กล่าวอีกว่า คณะกรรมการจะแบ่งคดีออกเป็น5 กลุ่มอาทิ คดี ผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 เม.ย. คดีพฤติการณ์ก่อการร้าย คดีอาวุธสงคราม คดีการวางระเบิด และคดีการเสาะหากลุ่มไม่ทราบฝ่าย โดยจะเริ่มประชุมวันนี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีกระทรงกลาโหม กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สมช. ตำรวจสันติบาล บชน. แต่ละคดีให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญเข้าไปรับผิดชอบในแต่ละคดี
"คดีที่ดีเอสไอทำส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการเสียชีวิต ,การก่อการร้าย ,คดีที่เกี่ยวกับอาวุธสงครามหรือคดีที่เกี่ยวกับระเบิดต่าง ๆ ซึ่งระเบิดนี้จะตรวจสอบไปก่อนวันที่ 10 เม.ย.ด้วย เพราะก่อนหน้านี้ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นบ่อยก็ต้องตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยง กันหรือไม่ รวมถึงคดีที่อยู่ในข่ายการก่อการร้ายของบุคคลไม่ทราบฝ่ายที่ก่อเหตุ ต่าง ๆ" นายธาริต กล่าว







