
บาทแข็งพ่นพิษเอเยนต์ทัวร์
ร้องเปลี่ยนค่าห้องพักเป็นเงินสกุลอื่นทั้งยุโรปญี่ปุ่นอินโดฯเริ่มขาดทุน
ร้องเปลี่ยนค่าห้องพักเป็นเงินสกุลอื่นทั้งยุโรปญี่ปุ่นอินโดฯเริ่มขาดทุน
เอเยนต์ทัวร์ยุโรปร้องขอค่าห้องเป็นเงินยูโรหนีบาทแข็งพ่นพิษขาดทุนหนัก
นายชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยว (เอเยนต์ทัวร์) จากแถบยุโรป เจรจาขอตกลงราคาห้องพัก โดยคิดเป็นเงินสกุลยูโรมากขึ้น จากปัจจุบันที่ตกลงราคาเป็นเงินบาท เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเงินยูโร ทำให้ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวต้องเสียค่าห้องพักแพงขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าเอเยนต์ทัวร์จากญี่ปุ่นก็เริ่มขอตกลงจ่ายเป็นเงินเยนแล้วเช่นกัน หลังจากที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับเงินเยน จากปกติที่การตกลงราคาห้องพักกับตัวแทนจำหน่ายจะเปลี่ยนทุกๆ 57 ปี ตามภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ค่าเงิน
“ในอดีตโรงแรมก็เคยตกลงราคาเป็นเงินสกุลยูโร ช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากๆ แต่ครั้งนี้กลับกัน” นายชนินทธ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ยังคาดว่าทิศทางการปรับขึ้นราคาห้องพักกับตลาดยุโรปคงทำได้ยากขึ้น หากสถานการณ์ค่าเงินบาทยังแข็งค่าเพราะราคาห้องพักในไทยปรับขึ้นมากแล้วในความรู้สึกของนักท่องเที่ยวยุโรป ทำให้คาดว่าจะปรับได้ไม่เกิน 57% ในปีนี้
นายราชมงคล แสนสุริวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส โรงแรมนูโว ซิตี กล่าวว่า ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบโรงแรมไม่มาก แต่กระทบกับตัวแทนจำหน่ายรุนแรง โดยที่ผ่านมามีตัวแทนจำหน่ายบางรายขาดทุนแล้ว 12 ล้านบาท เพราะตกลงราคากับโรงแรมเป็นเงินบาท แต่คิดค่าแพ็กเกจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นเงินสกุลต่างประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อค่าบาทแข็งค่าขึ้น แต่เงินสกุลต่างประเทศที่คิดกับลูกค้าอ่อนค่าลง จึงทำให้ขาดทุน โดยเฉพาะตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียที่ขาดทุนหนักที่สุด
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน ซินเนอจี้บิสซิเนส บริษัท บัตรกรุงไทย กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากช่วงที่ผ่านมา ทำให้คนไทยใช้จ่ายและไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมจำนวนผู้ใช้จ่ายบัตรเครดิตเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 10% เห็นได้จากการซื้อตั๋วเครื่องบินในไตรมาสแรกถึง 2,000 ใบ ซึ่งเพิ่มเท่าตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีก่อนซึ่งจุดหมายที่นิยมซื้อตั๋วเครื่องบินไปมาก ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามดูมูลค่าการใช้จ่ายอาจใกล้เคียงปีก่อน เพราะคนที่ใช้จ่ายเน้นซื้อในช่วงที่มีโปรโมชั่นราคาถูกมากขึ้น







