
ตั้งสุภาชนพณ.
กิตติรัตน์ให้ทำปิดบัญชีข้าวต่อกขช.ถกด่วนขาดทุน2.6แสนล.บุญทรงยันเปิดจำนำข้าว3ปี
กิตติรัตน์ให้ทำปิดบัญชีข้าวต่อกขช.ถกด่วนขาดทุน2.6แสนล.บุญทรงยันเปิดจำนำข้าว3ปี
กิตติรัตน์ กลับลำตั้ง “สุภา” ชนพาณิชย์เจ๊งจำนำข้าว 2.6 แสนล้าน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ลงนามแต่งตั้งให้ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่ดูแลภารกิจด้านสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ให้กลับมาเป็นประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวอีกครั้ง หลังจากที่ต้องพ้นจากตำแหน่งนี้จากการสลับเปลี่ยนภารกิจในกระทรวงการคลังเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการปิดบัญชีที่มี น.ส.สุภา เป็นประธาน ประเมินว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนี้เกิดความเสียหายถึง 2.6 แสนล้านบาท สร้างความไม่พอใจกับฝ่ายการเมืองจึงต้องการปลดให้ น.ส.สุภา พ้นจากตำแหน่งนี้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เห็นว่า น.ส.สุภา ควรทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการปิดบัญชีต่อไป เพื่อให้ข้อมูลการรับจำนำข้าวออกมาตรงกับข้อเท็จจริงที่สุด ซึ่งทางกระทรวงการคลังยืนยันให้ใช้ข้อมูลนี้ แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ไม่ยอมรับ
ทั้งนี้ ในวันที่ 13 มิ.ย. คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน จะประชุมด่วนและเรียก น.ส.สุภา มาชี้แจงข้อมูลการขาดทุนการรับจำนำข้าวที่สูงถึง 2.6 แสนล้านบาท ว่าเป็นอย่างไร จึงต้องให้ น.ส.สุภา ทำหน้าที่นี้ต่อไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสนมากขึ้นอีก เพราะหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นและข้อมูลไม่ตรงกับของเดิม จะทำให้เกิดความสับสนในโครงการรับจำนำข้าวมากขึ้นไปอีก
ด้านนายบุญทรง และคณะผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ จัดงานเสวนาจำนำข้าวสัญจร จับเข่าคุยเกษตรกรชาวนา เพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีชาวนา จ.พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางเข้ามารับฟังกันมากกว่า 1,300 คน พร้อมทั้งมีการแจกหนังสือ รู้ลึก รู้จริง โครงการรับจำนำข้าว รวมถึงมีกล่องรับแสดงความคิดเห็นให้ชาวนาสอบถามปัญหาการรับจำนำที่เกิดขึ้น
นายบุญทรง ยืนยันว่า ตัวเลขขาดทุนจากโครงการรับจำนำในปีแรกถึง 2.6 แสนล้านบาท ไม่เป็นความจริง หากเอาเอกสารมาดูก็ไม่พบตัวเลขดังกล่าวปรากฏ โดยเฉพาะเกิดการโจมตีจากพ่อค้า นักวิชาการ พรรคการเมืองต่างๆ ดังนั้นในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ จึงต้องออกมาชี้แจงให้สังคมเข้าใจ ซึ่ตามนโยบายจะตั้งเป้าหมายทำให้ครบ 3 ปี ไม่มีเป้าหมายว่าต้องกำไร ขอให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม ลดภาระหนี้สินก็เพียงพอ







