posttoday
อัด"2รมต."แกล้งไม่รู้ขาดทุนจำนำข้าวเท่าไร

อัด"2รมต."แกล้งไม่รู้ขาดทุนจำนำข้าวเท่าไร

09 มิถุนายน 2556

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก อัด "บุญทรง-ณัฐวุฒิ" บริหารจำนำข้าวขาดทุน แถมแกล้งไม่รู้ขาดทุนเท่าไร

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก อัด "บุญทรง-ณัฐวุฒิ" บริหารจำนำข้าวขาดทุน แถมแกล้งไม่รู้ขาดทุนเท่าไร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ I'm No.5 วิจารณ์นาย บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กรณีชี้แจงตัวเลขขาดทุนรับจำนำข้าว ไม่ได้ โดยมีใจความว่า

เรื่องของข้าวกับรัฐมนตรี

คนทำมาค้าขาย เวลาขาดทุนเขาเรียกว่า "เจ๊ง" ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ขาดทุนมากๆ เขาเรียกว่า "ล้มละลาย" ถ้าหากธุรกิจมีกำไรบ้างขาดทุนบ้าง ชาวบ้านบอกว่า "ไปได้เรื่อยๆ"

รัฐบาลไทยโดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายข้าว คือ กระทรวงพาณิชย์ ทั้งสองท่าน ชี้แจงการขายข้าวที่ "ขาดทุน" ไปเป็นจำนวนมาก แต่ตอบไม่ได้ว่าขาดทุนไปเท่าไหร่ หากทั้งสองท่านไปทำงานบริษัทเอกชน เป็นผู้บริหารระดับสูง เหมือนกับตำแหน่งรัฐมนตรีที่เป็นอยู่นี้ บริษัทตัวเองขาดทุนเท่าไหร่ แล้วไปตอบชี้แจงผู้ถือหุ้นไม่ได้ เขาต้องไล่ออกทันที เพราะไม่มีบริษัทไหนในโลกที่จะเก็บ "ผู้บริหาร" ที่โง่แล้วยังแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาขนาดนี้เอาไว้

ผมมันนักบัญชีเก่า มันควรเริ่มต้น "สะสางบัญชี" ที่สำคัญ เป็นเงินภาษีอากรของประเทศ จะไปอีลุ่ยฉุยแฉก แจกฐานเสียง ชาวนาตาดำๆ เขาก็ไม่ได้ เพราะเจอทฤษฎี "สองสูง" เมื่อราคาข้าวสูงขึ้น ราคาปุ๋ย ยา น้ำมัน ก็สูงตามขึ้นไปด้วย ส่วนพวกที่ได้แน่ๆ คือพวกที่อยู่ในสภาฯ บรรดานักการเมืองทั้งนั้น หรือพรรคพวกคนแวดล้อมใกล้ชิด มีหัวการค้า พวกนี้รวยเป็นกอบเป็นกำบนความ "ล่มจม" ของประเทศ

แล้วรัฐมนตรี 2 ท่านนี้ บริหารกระทรวงพาณิชย์ ค้าขายข้าวของประเทศ แล้วไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไหร่ ผมไม่ทราบว่า ทั้งสองท่านนี้เคยบริหารงานบริษัทใดมาบ้างหรือเปล่า ผมเป็นพ่อค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเจอว่า พ่อค้าคนไหนทำการค้าแล้วไม่รู้ว่า ตัวเองขาดทุนเท่าไหร่ เพราะแม้แต่พ่อค้า ขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้างถนน ยังรู้ว่า วันนี้ตัวเอง กำไร – ขาดทุน เท่าไหร่ เขาเรียกว่า "บริหารต้นทุน" แต่เมื่อเอาคนไม่รู้เรื่องค้าขาย มาทำงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย ผลที่ออกมางานนี้ เขาจึงเรียกว่า "ขาดทุนป่นปี้ อัปรีย์ บรรลัย" เพราะรู้อย่างเดียวว่า ขาดทุน แต่ไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไหร่ ขืนปล่อยให้บริหารงานต่อไป ประเทศชาติจะ "ล้มละลาย" โดยไม่รู้ตัว

รัฐมนตรีคนหนึ่งชอบทำท่าทางอมภูมิ พูดน้อย ประเภทหลบอยู่มุมเสา ชี้แจงอะไรไม่ชัดเจน ส่วนรัฐมนตรีอีกคนก็เป็นนักโต้วาทีเก่า พูดจาฉะฉาน หากเป็นนักเรียนก็เป็นประเภทนั่งหลังห้อง พูดจาสนุกสนาน ตลกโปกฮาไปวันๆ แต่สอบตกวิชาคณิตศาสตร์ พอถึงชั่วโมงคณิตศาสตร์ ปากอ้าตาลอย มองออกไปนอกหน้าต่าง สมองมันมีกำแพง ความรู้มันไม่เข้า สู้พวกที่นั่งแถวหน้าไม่ได้

แล้วไม่รู้ว่าทั้งสองท่านนี้ เคยทำมาค้าขายอะไร ทำกำไรได้สักสิบล้านหรือเปล่า แม้แต่แม่ครัวที่บ้านผม ไปซื้อของที่ตลาด ยังรู้เรื่อง "ขาดทุน" มากกว่า เพราะถ้าเงินไม่พอซื้อกับข้าว หรือของราคาขึ้น แม่ครัวผมก็ร้องโวยวายว่าเงินไม่พอ แต่นี่เอาข้าวไปขายให้กับประเทศ ขาดทุนเป็นแสนล้านยังไม่รู้ตัว หรือว่านับตัวเลขแสนล้านไม่ถูกว่ามีศูนย์กี่ตัว

ส่วนรองนายกฯ กิตติรัตน์ ณ ระนอง หรือ "รองโต้ง" ผมรู้จักมาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ 30 ปีก่อน สมัยยังเรียนหนังสือ กินนอนอยู่กับผมที่อเมริกา แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ตรงไปตรงมา ไม่เคยคิดว่าจะมาพบกันอีกในสถานะแบบนี้ ผมรู้ว่าคนอย่างแก เวลาไหนพูด "โกหก" เพราะสนิทมาตั้งแต่เรียนหนังสือ โต้งโกหกใครไม่เป็นหรอก เวลาโกหกผมจะจับได้ เพราะสายตาจะมองพื้น และพูดพึมพำอยู่ในปาก ตอบไม่เต็มเสียง เหมือนเด็กๆ ตอนทำผิดแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้

ไม่เหมือนรัฐมนตรีสองท่านนั้นหรอก พวกนั้นเขานักการเมืองมืออาชีพ ขนาดค้าขายข้าวให้ประเทศขาดทุนเป็นแสนล้าน ยังมีหน้ามาบอกว่า "รู้ว่าขาดทุน แต่ไม่รู้ว่าตัวเลขขาดทุนเท่าไหร่" อย่างนี้มัน "โกหกหน้าตายมืออาชีพ" ส่วนโต้งนั้นมัน "โกหกสีขาว" เพราะยอมรับว่าโกหก เหมือนพวกนักเรียนนั่งแถวหน้า โกหกครูไม่ค่อยเก่ง

ต่างจากพวกนั่งหลังห้อง พวกนี้มันหน้าตาย เวลาครูสอนเลขถามว่า "เข้าใจหรือเปล่า” พวกนี้ตอบตาแป๋ว เสียงเข้ม ว่า "เข้าใจ" แต่เวลาสอบ พวกนี้มัน "ส่งกระดาษเปล่า"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท