
รังสีคอสมิก
รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงที่เดินทางมาจากอวกาศนอกโลก โดยพุ่งเข้าชนโลกจากทุกทิศทุกทาง สามารถสร้างความเสียหายต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงที่เดินทางมาจากอวกาศนอกโลก โดยพุ่งเข้าชนโลกจากทุกทิศทุกทาง สามารถสร้างความเสียหายต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิต อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยมากที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนพื้นโลกจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากรังสีคอสมิก เนื่องจากโลกมีสนามแม่เหล็กและชั้นบรรยากาศช่วยปกป้องไว้
เมื่อกว่า 100 ปีก่อน วิกเตอร์ เฮส (Victor Hess) นักฟิสิกส์ชาวออสเตรียอเมริกัน ค้นพบรังสีคอสมิกจากการขึ้นไปกับบัลลูนเพื่อวัดระดับรังสีเหนือพื้นโลกที่ความสูงต่างๆ เมื่อ ค.ศ. 1912 เขาพบว่าที่ความสูง 5,300 เมตร เครื่องวัดตรวจพบรังสีในระดับสูงกว่าที่พื้นโลก 3 เท่า นอกจากนี้ ระดับรังสีในเวลากลางวันและกลางคืนก็ไม่แตกต่างกันมาก แสดงว่ามีการแผ่รังสีในอวกาศจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์
เฮสได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เมื่อ ค.ศ. 1936 จากการค้นพบนี้ ซึ่งนับว่าส่งผลโดยตรงต่อความก้าวหน้าในสาขาฟิสิกส์อนุภาค ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เอกภพวิทยา ฯลฯ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาด้านอื่นๆ เช่น ธรณีฟิสิกส์ ชีววิทยา การแพทย์ หรือแม้แต่โบราณคดี
หลักฐานต่างๆ เริ่มชี้ชัดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1932 ว่าแท้จริงแล้วรังสีคอสมิกไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างที่เข้าใจในตอนแรก แต่เป็นอนุภาคมีประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ใกล้ความเร็วแสง จึงมีพลังงานสูงมาก ปัจจุบันเราพบว่าอนุภาคในรังสีคอสมิกส่วนใหญ่ราวร้อยละ 85 เป็นโปรตอน (นิวเคลียสของไฮโดรเจน) อีกส่วนหนึ่งเป็นอนุภาคแอลฟา (นิวเคลียสของฮีเลียม) ที่เหลืออีกส่วนน้อยเป็นอิเล็กตรอนและนิวเคลียสของธาตุต่างๆ
รังสีคอสมิกพลังงานสูงเดินทางมาจากที่ห่างไกลในอวกาศ ด้วยพลังงานที่สูงมาก จึงสันนิษฐานว่าต้องถูกผลิตขึ้นในกระบวนการอันเกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กพลังงานสูง คลื่นกระแทก หรือเหตุการณ์ในระดับดาราจักร ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงว่ารังสีคอสมิกพลังงานสูงน่าจะเกิดจากซูเปอร์โนวา ซึ่งเป็นการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมาก และกระบวนการในหลุมดำมวลสูง ณ ใจกลางดาราจักร
การเปลี่ยนแปลงของระดับรังสีคอสมิกมีความสัมพันธ์กับลมสุริยะและสนามแม่เหล็กโลก ช่วงที่ดวงอาทิตย์มีกัมมันตภาพสูง คือมีจุดมืดจำนวนมาก รังสีคอสมิกจากนอกระบบสุริยะจะเข้ามาได้น้อยลง เป็นต้น นอกจากรังสีคอสมิกที่มาจากด้านนอกแล้ว ดวงอาทิตย์ของเราก็ปล่อยรังสีคอสมิกที่มีพลังงานต่ำกว่าออกมาด้วย ซึ่งมักจะตามมาหลังการลุกจ้าบนผิวดวงอาทิตย์
รังสีคอสมิกที่มีอยู่ทั่วไปในอวกาศเรียกว่ารังสีคอสมิกปฐมภูมิ เมื่อเข้าปะทะกับโลก จะชนกับโมเลกุลต่างๆ ในชั้นบรรยากาศโลก แล้วกลายเป็นรังสีคอสมิกทุติยภูมิที่มีพลังงานลดน้อยลงกว่าเดิม พุ่งลงสู่พื้นโลก ด้วยจำนวนที่มาก จึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าฝนคอสมิก (air shower) อนุภาคที่ลงมาถึงพื้นโลก ซึ่งส่วนใหญ่คือมิวออน โฟตอน และนิวทริโน สามารถตรวจพบได้ด้วยเครื่องมือบนพื้นโลก
รังสีคอสมิกปฐมภูมิเป็นอันตรายต่อนักบินอวกาศที่อยู่ในวงโคจรรอบโลก และมีโอกาสสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนดาวเทียม แต่ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลก เนื่องจากเกือบทั้งหมดลงมาไม่ถึงพื้น เราจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหวาดวิตก
นาซาเผยข้อมูลจากยานอวกาศที่ใช้เวลา 8 เดือนครึ่ง เดินทางในอวกาศนับตั้งแต่ออกจากโลกถึงดาวอังคาร แสดงว่ายานได้รับรังสี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรังสีคอสมิก เทียบได้กับการทำซีทีสแกนทั่วร่างกายมนุษย์ 1 ครั้งในทุกๆ 5 หรือ 6 วัน ในทางสถิติ จะเพิ่มโอกาสการเสียชีวิตจากมะเร็งขึ้นอีกร้อยละ 3 อันตรายจากรังสีคอสมิกพลังงานสูงจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการส่งมนุษย์ออกไปในอวกาศ และการสำรวจหรือตั้งรกรากบนดาวดวงอื่น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อย่างน้อยก็นับตั้งแต่ พ.ศ. 2551 ได้มีการปล่อยข่าวลือในอินเทอร์เน็ต เตือนให้ปิดโทรศัพท์มือถือ เนื่องจาก “รังสีคอสโม” จากดาวอังคาร ข่าวลือนี้ยังคงโผล่มาเป็นระยะๆ และอาจไม่หายไปในเร็วๆ นี้ เราจึงควรทราบว่าดาวอังคารไม่ใช่แหล่งปล่อยรังสีอันตรายใดๆ แท้จริงแล้วรังสีคอสมิกมีอยู่ทั่วไปในอวกาศ และไม่สามารถทำอันตรายกับมนุษย์บนโลกได้ หากคุณผู้อ่านได้รับข้อความแจ้งเตือนในลักษณะนี้ ก็ไม่ควรเผยแพร่ต่อ หรือบอกให้ทราบกันว่ามันเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงเท่านั้น
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (9–16 มิ.ย.)
ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำมีดาวเคราะห์ 3 ดวง อยู่บนท้องฟ้า ดาวพุธและดาวศุกร์อยู่ทางทิศตะวันตก เยื้องไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ดาวพุธจะทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 12 มิ.ย. ก่อนจะเคลื่อนกลับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์อีกครั้ง ดาวศุกร์อยู่ต่ำกว่าดาวพุธ แต่สว่างกว่า จึงอาจสังเกตได้ง่ายกว่าดาวพุธ
ดาวเสาร์อยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในกลุ่มดาวหญิงสาว สัปดาห์นี้ ดาวเสาร์ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าทิศใต้ที่มุมเงย 6070 องศา ในเวลา 3 ทุ่ม แล้วตกลับขอบฟ้าราวตี 3
เวลาเช้ามืดมีดาวอังคารอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก ขณะนี้ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาววัว อาจยังสังเกตได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่สว่างนัก และอยู่สูงจากขอบฟ้าไม่มากนักในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ระยะถัดไป ดาวอังคารจะทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นอย่างช้าๆ สังเกตได้ดีตั้งแต่ราวปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือน ก.ค.เป็นต้นไป
หลังจันทร์ดับในวันที่ 8 มิ.ย. สัปดาห์นี้เข้าสู่ข้างขึ้น จันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ โดยมีส่วนสว่างเพิ่มขึ้นทุกวัน จันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวพุธและดาวศุกร์ในค่ำวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. โดยอยู่ห่างไปทางซ้ายมือของดาวศุกร์ จากนั้นวันศุกร์ที่ 14 มิ.ย. ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโต







