
ไกล-ใกล้
ว่ากันว่าคนเรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ไกลมากกว่าอยู่ใกล้...
ว่ากันว่าคนเรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ไกลมากกว่าอยู่ใกล้...
เมื่อให้คิดสิ่งที่ต้องการขึ้นมาสักหนึ่งอย่าง หลายคนมักคิดถึงสิ่งที่อยู่ไกลออกไปจากตัว สิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน หรือไม่ก็สิ่งที่คิดว่าชาตินี้คงหาโอกาสสัมผัสได้ยาก
บางคนคิดถึงความสุขที่มาพร้อมกับเงินมหาศาลที่ใช้ไม่มีวันหมด
บางคนคิดถึงการเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังโตที่มีห้องมากมายจนเดินไม่ทั่ว
บางคนนึกถึงการเดินทางตระเวนท่องเที่ยวรอบโลก
น้อยคนที่จะคิดถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว...
อาจจะด้วยเหตุผลว่า มันใกล้เสียจนเหมือนจะเอื้อมมือไปคว้าเมื่อไหร่ก็ได้ หรือไม่สิ่งที่ค่อนข้างแน่ใจว่าอย่างน้อยในชีวิตนี้เราก็มีโอกาสสัมผัส สุดท้ายเราจึงมักมองเลยผ่านสิ่งใกล้ๆ ไปหาสิ่งที่อยู่ไกลจากตัว
คำถามคือ การมองผ่านนี้ทำให้เราพลาดบางสิ่งบางอย่างหรือไม่?
คำตอบคือ ใช่ และบางครั้งเราก็พลาดสิ่งเหล่านั้นไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ในยามห่างไกล คู่รักบางคู่ถูกเชื่อมโยงกันด้วยเส้นใยแห่งความห่วงหาอันแน่นหนา ต่างคนต่างเฝ้ารอการกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ
คำพูดและข้อความมหาศาลที่พร่ำบอกถึงความคิดถึงอันแรงกล้าถูกส่งผ่านไปหากันราวกับสายฝนที่ไม่เคยขาดเม็ด
ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคนสองคนได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน ความห่วงหาและคิดถึงอันมากมายนั้นกลับเริ่มเหือดหายไปโดยที่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนไม่ทันได้รู้ตัว
หลายข้อความไม่ได้ถูกส่ง คำพูดที่ควรพูดบางครั้งก็ไม่ได้เอ่ยออกไป...
ความใกล้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าความเคยชินขึ้น และเมื่อเคยชิน สิ่งที่เคยรู้สึกหรือเคยทำเมื่อครั้งอยู่ไกลกันก็ดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป
คู่รักหลายคู่อาจอยู่กับความเคยชินที่เกิดจากความใกล้ไปได้เรื่อยๆ จนใครคนใดคนหนึ่งลาจากโลกนี้ไป แต่สำหรับบางคู่ ความใกล้ก็เป็นยาขมที่ทำให้คนสองคนต้องเดินแยกทาง
เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่ถูกนักโฆษณานิยามว่าช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ไกลก็เหมือนใกล้ ใกล้ก็ยิ่งใกล้ยิ่งขึ้น
ทว่า พอเอาเข้าจริง ใกล้กลับยิ่งไกล และไกลก็ยังไกลเท่าเดิม
บนโต๊ะอาหารบางมื้อผู้คนไม่ได้พูดคุยกันอย่างออกรสอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นการนั่งก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อดูความเป็นไปหรือพิมพ์ข้อความพูดคุยกับใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผู้เป็นแม่พยายามตักอาหารที่อยู่บนโต๊ะให้กับลูกที่เป็นสาวรุ่น พร้อมกับพยายามบอกลูกให้กินอาหารที่อยู่ตรงหน้า แต่ลูกสาวก็ยังคงก้มหน้ากดนิ้วลงไปบนหน้าจอของคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเครื่องบางโดยไม่สนใจ
เมื่อถูกคะยั้นคะยอมากเข้า เด็กสาวก็วางแท็บเล็ตด้วยท่าทีอารมณ์เสีย ก่อนจะหันหน้าบึ้งๆ ไปมองแม่ และก้มลงกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าแบบเสียไม่ได้
จำได้ว่าราคาของอาหารในร้านนั้นไม่ถูก เพราะอาหารจานเดียวที่อยู่ตรงหน้าผมก็แลกมาด้วยแบงก์พันหนึ่งใบที่เหลือทอนกลับมาไม่กี่บาท แต่อาหารบนโต๊ะของแม่ลูกคู่นั้นมีให้เห็นอยู่หลายรายการ
ผู้เป็นแม่คงตั้งใจเลือกสั่งอาหารที่มีรสชาติสุดวิเศษมาให้ลูกได้กินหลังจากตรากตรำเรียนหนังสืออย่างหนักมาตลอดวัน ทว่าลูกกลับมองไม่เห็น ตรงกันข้ามลูกกลับสนใจมองเห็นแต่ผู้คนที่อยู่ไกลออกไปผ่านหน้าจอแท็บเล็ต
นาคางาวะ มายาซะ นักเขียนชาวญี่ปุ่น เจ้าของนามปากกา ลิลี่ แฟรงกี้ ผู้นำเอาชีวิตจริงของตัวเองมาถ่ายทอดเป็นนิยายตรึงใจ ว่าด้วยเรื่องราวความผูกพันระหว่างแม่กับลูกชาย ในชื่อ “โตเกียวทาวเวอร์ แม่กับผม และพ่อในบางครั้งคราว” กล่าวไว้ว่า
ความสัมพันธ์ที่มนุษย์รู้จักเป็นสิ่งแรกเมื่อเกิดมา คือความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก แต่เมื่อเติบโต ลูกก็จะเดินทางออกไปแสวงหาความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่เกินกว่าสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก
ความสัมพันธ์ใหม่เหล่านั้นมีทั้ง เพื่อนฝูง พรรคพวก คนรัก สามีภรรยา ลูกใฝ่ฝันว่าความสัมพันธ์ที่พบเจอจะแน่นแฟ้นและยั่งยืนตลอดไป
แต่แล้วยิ่งมีความหวังมากเท่าใด ก็ยิ่งกลายเป็นต้นตอของความสิ้นหวังมากขึ้น
สุดท้ายลูกหลายคนก็ใจสลายกับความสัมพันธ์ที่ออกไปแสวงหา
สุดท้ายลูกก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ได้รู้จักเป็นสิ่งแรก แม้จะเป็นเหมือนสิ่งธรรมดา แต่ก็เป็นความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ความห่างไกลอาจให้ความรู้สึกโหยหาที่เป็นแรงผลักดันให้เราสามารถอดทนรอคอยการได้พบเจอใครบางคน หรือทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อขวนขวายเดินทางไปให้ถึงจุดห่างไกลที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในชีวิต
ในอีกด้านหนึ่ง ความใกล้ก็ให้ความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัยอย่างประหลาด
แม้ความรู้สึกเหล่านั้นอาจไม่ชวนให้หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นตะลึง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้สึกว่ามีกำแพงให้ยืนพิงยามเหนื่อยล้า หรือรู้สึกว่ามีหลังคาไว้คุ้มหัวในยามฝนตก
ที่สำคัญ มันเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเราจะก้าวไปเบื้องหน้าได้อย่างมั่นคงก็ย่อมต้องอาศัยเบื้องหลังที่แน่นหนา
สุดท้ายความใกล้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ใครบางคนพุ่งไปสู่เป้าหมายไกลๆ ได้อย่างตรงจุด โดยไม่เอนเอียงหรือหลุดออกจากเส้นทางไปเสียก่อน
เมื่ออยู่ไกลจงอย่าลืมสิ่งที่อยู่ใกล้ และเมื่ออยู่ใกล้ก็จงมองเห็นความสำคัญของสิ่งที่อยู่รอบตัวให้ชัดเจนพอๆ กับสิ่งที่อยู่ไกล
เมื่อใกล้ไกลอยู่ในสายตา เดินไปทางใดก็ไม่หลง...







