
โลมาหัวบาตรตายอีกเป็นตัวที่ 7 ของปีนี้
พบลูกโลมาหัวบาตร ตายในท้องทะเลหาดสำราญอีกแล้ว ถือเป็นตัวที่ 7 ในรอบปี ด้าน กก.อนุรักษ์โลมาตะเสะ ฉะจังหวัดไม่ดำเนินการจริงจัง
พบลูกโลมาหัวบาตร ตายในท้องทะเลหาดสำราญอีกแล้ว ถือเป็นตัวที่ 7 ในรอบปี ด้าน กก.อนุรักษ์โลมาตะเสะ ฉะจังหวัดไม่ดำเนินการจริงจัง
นายอดุลย์ จิ้วตั้น คณะกรรมการอนุรักษ์โลมาบ้านตะเสะ ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ได้รับแจ้งจาก นายธนากร หลงกลาง ชาวประมงพื้นบ้าน หมู่ที่ 3 ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน ว่า ขณะที่นำเรือออกไปสาวอวนปูในท้องทะเล ที่หน้าเกาะเภตรา อ.หาดสำราญ ก็พบซากลูกโลมา และได้ลากขึ้นมาไว้ที่ท่าเทียบเรือตะเสะแล้ว
หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย นายศักดา ทุ่ยอ้น กำนัน ต.หาดสำราญ และชาวบ้าน เข้าตรวจสอบ พบว่า เป็นซากลูกโลมาหัวบาตร เพศเมีย อายุประมาณ 2-3 ปี น้ำหนักประมาณ 40 กก. ยาว 120 ซม. เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว และคาดว่าเพิ่งจะเสียชีวิตได้ประมาณ 1 วัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า ลูกโลมาตัวดังกล่าว น่าจะว่ายน้ำพลัดหลงจากแม่ จนอดอาหารตาย สำหรับลูกโลมาตัวที่ตายนี้ ถือเป็นตัวที่ 7 ในรอบปี 2556
ด้าน นายอดุลย์ จิ้วตั้น คณะกรรมการอนุรักษ์โลมาบ้านตะเสะ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ในท้องทะเลตรัง ทั้งหาดสำราญ กันตัง และปะเหลียน มีโลมาเหลืออยู่ประมาณ 160 ตัว โดยแต่ละปี โลมาเหล่านี้จะตายมากกว่า 10 ตัว ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากติดเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาภาครัฐจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมแบบบูรณาการขึ้นมาแก้ปัญหาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่จริงจังเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องเครื่องมือประมงผิดกฎหมายที่ยังมีปัญหากับท้องทะเลตรัง เช่น เบ็ดราไว อวนทับตลิ่ง เป็นต้น
ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากภาครัฐยังไม่มีมาตรการดูแลจริงจังเท่าที่ควร ขณะเดียวกันยอมรับว่า ยังมีชาวประมงพื้นบ้านบางราย ที่ยังมีเครื่องมือประมงผิดกฎหมายเหล่านี้ไว้ในครอบครอง เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ แต่ภาครัฐก็ไม่กล้าดำเนินการใดที่เป็นการกระทบกระทั่งมากนัก จึงทำให้เป็นปัญหาในขณะนี้ ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดมากกว่านี้ ก่อนที่โลมาและสัตว์ทะเลหายากจะสูญพันธุ์







