posttoday
ฟ้องเอกชนขอคืนภาษีปลอม

ฟ้องเอกชนขอคืนภาษีปลอม

08 มิถุนายน 2556

กิตติรัตน์เผยยอดเคลมร่วม2,600ล้าน ส่งมือดีร่วมดีเอสไอดำเนินการ30ราย

คลังส่งผู้บริหารร้องดีเอสไอ เอาผิดกลุ่มบุคคล 30 ราย โกงขอคืนภาษีส่งออกร่วม 2,600 ล้านบาท

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งให้นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มด้านภารกิจรายได้ เป็นเจ้าพนักงานยื่นฟ้องร้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มบุคคล 30 ราย ที่มาขอคืนภาษีจากการนำเข้าและส่งออก โดยที่ไม่ได้มีการทำธุรกรรมด้านการส่งออกสินค้าจริง คิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาครัฐกว่า 2,600 ล้านบาท

นายกิตติรัตน์ ชี้แจงว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้มีการสอบสวนในทางลับ พบว่ามีการทุจริตของนิติบุคคลด้วยการแอบอ้างเป็นผู้ส่งออกและขอคืนภาษีจากการส่งออก โดยผู้ร่วมกระทำผิดมีทั้งเอกชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนหนึ่ง จึงกำชับให้มีการดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจะอยู่ระดับไหนก็ตาม

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ปกติแล้วผู้ประกอบการนำเข้าจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน และจะมาขอคืนภาษีในส่วนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นสินค้าและส่งออกไปขายยังต่างประเทศ แต่ในกรณีที่ตรวจสอบพบความผิดนั้น ภาคเอกชนกลุ่มนี้ไม่ปรากฏว่ามีการทำธุรกรรมด้านการนำเข้าและส่งออกเลย แต่กลับมีการจัดทำใบกำกับภาษีปลอมมาขอคืนภาษี

นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากการตรวจสอบการทุจริตของผู้ประกอบการที่เข้ามาขอคืนภาษีจากรัฐแล้ว ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเอาผิดอย่างเข้มงวดกับผู้ที่นำเข้ารถยนต์หรูที่เสียภาษีไม่ถูกต้อง เพราะมีการประเมินว่า มีการแจ้งเสียภาษีในอัตราต่ำและดำเนินการไม่ถูกต้อง ทำให้รัฐสูญเสียภาษีปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ด้านนายรังสรรค์ กล่าวว่า เอกชนทั้ง 30 ราย ที่จะถูกยื่นฟ้องเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด โดยร่วมมือกันเป็นขบวนการมาตั้งแต่ช่วงปี 2555-2556 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มที่อ้างว่านำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทอะไรบ้าง เพราะจะทำให้ผู้กระทำผิดรู้ตัวก่อน

แหล่งข่าวจากกรมศุลกากร เปิดเผยว่า พฤติกรรมของเอกชนที่มีการขอคืนภาษีปลอมนั้น ส่วนใหญ่จะอาศัยช่องโหว่ของการคืนภาษีสำหรับวัตถุดิบที่นำเข้าเพื่อผลิตส่งออกตามมาตรา 19 ทวิ ซึ่งที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ปรับปรุงวิธีการคืนเงินให้ผู้ประกอบการจากเดิมใช้เวลากว่า 1 เดือน เหลือแค่ 15 วัน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เมื่อกรมศุลกากรปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น กระบวนการตรวจสอบที่เคยมีการตรวจทุกรายการก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นการสุ่มตรวจเป็นบางรายการ เพื่อให้การคืนภาษีทำได้เร็วขึ้น และหลังจากการคืนภาษีไปแล้วก็จะมีการตรวจสอบย้อนหลัง

สำหรับกระบวนการสุ่มตรวจนั้นเจ้าหน้าที่จะเลือกสุ่มตรวจกับผู้ประกอบการที่มีประวัติดี เนื่องจากไม่มีการหลีกเลี่ยงภาษี ส่วนผู้ประกอบการในรายที่ประวัติไม่ดี กรมศุลกากรจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการขอคืนภาษีปลอม โดยไม่มีการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตสินค้าออกไปขายจริง แต่ก็เกิดช่องโหว่ในการปฏิบัติงานอยู่

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2557-2558 กรมสรรพากรจะให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามการทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบกำกับภาษีปลอม หรือการขายใบกำกับภาษีโดยไม่มีการประกอบการจริง ซึ่งมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา โดยเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร และผู้นำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในเครดิตภาษี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 2 แสนบาท

ฟ้องเอกชนขอคืนภาษีปลอม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท