
ดัชนีเชื่อมั่นวูบ2เดือนติด
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว
ความไม่แน่นอนทางการเมืองและค่าเงินบาทแข็งค่าฉุดส่งออก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 2556 จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,247 คน ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 82.5 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากระดับ 83.7 สะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศทางเศรษฐกิจเริ่มชะลอ และตัวลผู้บริโภคขาดความมั่นใจ มีแนวโน้มที่ค่าดัชนีจะปรับลดลงได้อีก 1.1-1.3
ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่มีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค คือ ค่าครองชีพสูงและราคาสินค้าที่แพง ทำให้ชะลอการใช้จ่าย การลง อีกทั้งทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเหลือ 4.2-5.2% และการส่งออกที่ขยายตัวต่ำจากเงินบาทแข็งค่า รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยในอนาคต และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
“จากตัวเลขดัชนีที่ลดลงต่อเนื่องส่งสัญญาณว่าบรรยากาศเศรษฐกิจไม่สดใส มีโอกาสซึมลง โดยผู้บริโภคเริ่มไม่มั่นใจว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะกระทบกับรายได้ในอนาคต ตลอดจนความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในอนาคตเริ่มมีน้ำหนักต่อดัชนีความเชื่อมั่นฯมากขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว ทำให้ทางศูนย์พยากรณ์เตรียมปรับลดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงมาอยู่ที่ 44.5% จากเดิมอยู่ในกรอบ 5%เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวถึงกรณีสถาบันจัดอันดับเครดิตมูดี้ส์ เตรียมปรับลดอันดับเครดิตไทยจากระดับ BAA1 เหลือ BAA2 ว่า จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ และกระทบต่อต้นทุนการระดมเงินกู้จากต่างประเทศ ตลอดจนเป็นประเด็นที่ทำให้นักธุรกิจต่างชาติมองว่าเศรษฐกิจไทยมีปัญหา และตั้งข้อสงสัยต่อการดำเนินนโยบายประชานิยมที่จะส่งผลต่อฐานะการคลัง
ด้านนายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ถึงการสำรวจภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภค พบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อยู่ที่ระดับ 111.5 ในขณะที่ดัชนีการซื้อบ้านหลังใหม่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 82.9 เนื่องจากเดือนพ.ค.เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมกับการซื้อบ้านหลังใหม่ ซึ่งซึ่งศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯคาดการณ์ว่าการบริโภคของประชาชนในปัจจุบัน ชะลอตัวลงตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงไตรมาส 3 เป็นอย่างน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้น







