
ทุนไหลออกไทยมากสุด
ต่างชาติผวาเฟดลดวงเงินคิวอีแห่ถอนทุนกลับเทขายหุ้นไทยหนักสุดในเอเชีย
ต่างชาติผวาเฟดลดวงเงินคิวอีแห่ถอนทุนกลับเทขายหุ้นไทยหนักสุดในเอเชีย
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มิ.ย. ลดลงหนักสุดในตลาดภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น โดยลดลง 32 จุด หรือ 2.12% ด้วยแรงเทขายช่วงท้ายตลาด และปิดต่ำสุดของวันที่ 1,522.66 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 50,717.88 ล้านบาท
ดัชนีดิ่งหนักช่วงท้ายตลาดรับท่าทีของนายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ออกมาสนับสนุนการชะลอโครงการซื้อพันธบัตร (คิวอี) จากเมื่อคืนวันที่ 4 มิ.ย. นางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี ออกมาแสดงท่าทีดังกล่าวครั้งหนึ่งแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทำกำไรออกมา
นับตั้งแต่วันที่ 35 มิ.ย. ต่างชาติเทขายหุ้นไทยถึง 12,620 ล้านบาท และขายมากสุดในภูมิภาคเอเชียส่งผลให้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยถึง 33,713 ล้านบาท
สถานการณ์เงินต่างชาติไหลออกนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดตราสารหนี้ไทย ที่เดือน พ.ค.เป็นเดือนแรกของปีนี้ที่มีการลดการถือครองพันธบัตรลง 4.9 หมื่นล้านบาท
นางอริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เชื่อว่าเงินทุนย้ายฐานจากตลาดหุ้นไทยและตลาดตราสารหนี้ไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนดีกว่า ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าจากต้นปีเหลือเพียง 30.50 บาท
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์ 3 ประเทศอาเซียนคือ อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยปรับตัวขึ้นร้อนแรงมาตั้งแต่ปี 2551 นั้นกำลังเริ่มได้รับผลกระทบจากการที่นักลงทุนต่างชาติถอนออกจากตลาดอันเนื่องมาจากความกังวลว่าเฟดอาจจะลดวงเงินคิวอีลง
นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.3 มิ.ย. ตลาดหุ้น 3 ชาติอาเซียนลดลงแล้วมากกว่า 3.5% โดยนักลงทุนต่างชาติได้ถอนทุนทั้งสิ้น 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับที่ไหลเข้าทั้งปีที่ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ







