
กทม.ระดมกวาด-ล้างราชดำเนินคืนพื้นที่คนเมือง
เป็นเวลา 1 เดือนเต็มๆ ที่กลุ่มคนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ นับตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. จนกระทั่งย้ายขบวนไปสมทบที่แยกราชประสงค์ ทิ้งไว้แต่ซากปรักหักพังและความเสียหายที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนินอย่างยับเยิน ทั้งกลิ่นคาวเลือด รอยกระสุน คราบเขม่าควันไฟ ขยะและสิ่งปฏิกูลกองพะเนิน
ภายหลังผู้ชุมนุมทยอยขนย้ายสัมภาระออกจากพื้นที่แล้ว กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงเข้าดำเนินการเก็บกวาดเศษซากความเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม นำทีมโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และชาวคณะ ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่เทศกิจ และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งระดมประชาชนกว่า 500 คน มาช่วยทำความสะอาดถนนราชดำเนิน
ช่วงเที่ยงวานนี้ เจ้าหน้าที่ กทม. พร้อมทหารนอกเครื่องแบบ ได้เริ่มทำการขนย้ายรถถังและรถยนต์ฮัมวีที่ถูกทุบทำลายจนหมดสภาพออกจากถนนดินสอหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยใช้รถเครนยกกว่า 10 คัน เพื่อนำกลับไปซ่อมบำรุง
ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ปีนขึ้นไปบนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเก็บผืนผ้าที่ถูกละเลงด้วยสีแดงและนำไปคลุมรอบพานรัฐธรรมนูญ รวมถึงลอกแผ่นป้ายและสติกเกอร์ปลุกระดมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ติดอยู่บริเวณโดยรอบฐานอนุสาวรีย์ออก ซึ่ง กทม. ได้ประสานกับกรมศิลปากร เพื่อทำการบูรณะซ่อมแซมและทาสีใหม่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าเก็บกวาดขยะมูลฝอยและดูดสิ่งปฏิกูลที่ตกค้างอยู่ตามท่อระบายน้ำ รวมถึงจัดรถน้ำแรงดันสูงฉีดล้างทำความสะอาดถนนและบาทวิถีริมสองข้างทาง ตั้งแต่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศจนถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ส่วนบริเวณเวทีชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ หน้าป้อมมหากาฬ เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อเต็นท์และทำความสะอาดพื้นที่ เพื่อเตรียมเปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินอีกครั้ง โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถเคลียร์พื้นที่ได้ภายในวันที่ 19 เม.ย.นี้
ทางด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ และตลอดแนวถนนราชดำเนิน ไม่หลงเหลือกลุ่มผู้ชุมนุมอีกแล้ว โดยขณะนี้ได้เดินทางไปรวมอยู่ที่แยกราชประสงค์ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ผลจากการเคลื่อนย้ายของผู้ชุมนุมไปยังสี่แยกราชประสงค์ จะส่งผลต่อการจราจรในย่านดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่การชุมนุมครอบคลุมตั้งแต่ถนนสุขุมวิท เริ่มจากแยกชิดลมใกล้สถานทูตอังกฤษ ถึงแยกราชประสงค์ต่อเนื่องถนนพระราม 1 ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ ทำให้การจราจรถูกปิดตั้งแต่แยกปทุมวันถึงแยกชิดลม
ส่วนบริเวณถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริตัดถนนสารสิน ถึงแยกราชประสงค์ต่อเนื่องไปจนถึงแยกประตูน้ำ การจราจรก็ต้องถูกปิดตายไปด้วยเช่นกัน โดยในวันที่ 19 เม.ย. ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกจะได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส
โฆษก บช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อาจมีการเจรจากับแกนนำคนเสื้อแดงเพื่อขอเปิดการจราจรบางส่วน และจะติดตามข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า จากการตรวจสอบความเรียบร้อยในพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ รวมทั้งขออาวุธและยานพาหนะของทหารคืน ได้ส่งมอบให้ทหารไปเรียบร้อยแล้ว 29 รายการ แต่ยังมีอีกหลายส่วนที่ไม่มีการส่งคืนกองทัพ จึงขอแจ้งเตือนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้คืนสิ่งของหรืออาวุธของทางราชการ เพราะเกรงว่าอาจมีบุคคลไม่หวังดีนำไปใช้ก่อเหตุได้และอาจเกิดอันตรายต่อประชาชน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิด สุนัขตำรวจ บก.1 บก.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลจำนวน 15 กองร้อย ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ตั้งแต่สนามหลวง ถนนราชดำเนิน จนถึงหน้ารัฐสภา ไม่พบสิ่งผิดปกติและวัตถุระเบิดแต่อย่างใด โดยขณะนี้จะทยอยเปิดการจราจรเป็นช่วงๆ เพราะยังมีเต็นท์ของผู้ชุมนุมกีดขวางการจราจรอยู่
ส่วนกำลังพลที่เคยวางอยู่เดิมจะต้องถอนออกบางส่วน แต่สถานที่สำคัญทั้งหมด เช่น สนามหลวง ศาลฎีกา พระบรมมหาราชวัง ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา รวมทั้งสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยเน้นการดูแลความสงบเรียบร้อยและควบคุมสถานการณ์ไม่ให้มีการกระทบกระทั่งบานปลาย
โฆษก บช.น. กล่าวว่า ในด้านการจัดการจราจร การตรวจค้นอาวุธและยานพาหนะต่างๆ ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปราบจลาจล ดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น 9 กอง และจะมีการปรับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองอาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ตราบใดที่รัฐยังไม่สามารถยุติความเคลื่อนไหวในลักษณะก่อกวนของกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้
เช่นเดียวกับภารกิจของ กทม. ที่หวังจะเนรมิตสภาพภูมิทัศน์บนถนนราชดำเนินให้ฟื้นกลับคืนมาดังเดิม อาจต้องกินระยะเวลานาน เพราะการปักหลักชุมนุมตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จนนำไปสู่เหตุการณ์ปะทะครั้งร้ายแรง ได้แปรสภาพถนนสายประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นสมรภูมิรบจนแทบไม่เหลือชิ้นดี







