posttoday
ผู้นำ3ศาสนาวอนเจรจาตัดวงจรความขัดแย้ง

ผู้นำ3ศาสนาวอนเจรจาตัดวงจรความขัดแย้ง

16 เมษายน 2553

ผู้นำทั้ง 3 ศาสนาเห็นพ้องให้รัฐบาลและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ควรเปิดโต๊ะเจรจารอบ 3 ในระหว่างที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เชิญมาแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะแก่สังคมที่กำลังอยู่ในภาวะตึงเครียด และร่วมกันหาทางออก เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสนอความเห็นว่า ประเทศอยู่ในสภาวะเผชิญหน้ากัน เกิดภาวะฝุ่นตลบจนทำให้มองไม่ออกว่าใครมิตรใครศัตรู เหมือนคนสองกลุ่มถืออาวุธจ้องใส่กัน หรือยิงพร้อมกันแล้วตายทั้งคู่ คือประเทศชาติย่อยยับอับจน ถึงวาระที่ต้องตั้งสติว่า ชัยชนะบนซากปรักหักพัง ไม่เป็นสิ่งที่พึงปรารถนา ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะก็จะจองเวรกันไม่รู้จบ หากใช้ธรรมาธิปไตย คือต่างฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าว คนไทยเคยขอกันกินมากกว่านี้ หากไม่ถอย สังคมก็จะถอยไปสู่อนาธิปไตย มือใครยาวสาวได้สาวเอา แล้วประเทศชาติจะเหลืออะไร

ทั้งนี้ หากยิ่งดันทุรังมุทะลุ ก็ยิ่งเข้าสู่ภาวะชนะศึกแต่แพ้สงคราม บางทียอมแพ้ศึกเพื่อให้ประเทศชาติและสถาบันอยู่รอด ใช้คติ “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร” หมายถึงยอมแพ้ให้ใครเป็นพระในใจของคนคนนั้น ต้องใช้การให้อภัยมาตัดโซ่ตรวน ตัดวงจรของการจองเวรที่ไม่มีวันสิ้นสุด

นายอิมรอน มะลูลีม ประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ตัวแทนศาสนาอิสลาม กล่าวว่า ขณะนี้ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้ได้ ทั้งสถาบันนิติบัญญัติไม่สามารถประชุมสภาหรือแก้ไขปัญหาได้ สถาบันบริหารที่ต้องเร่ร่อนจนเป็นที่น่าเวทนาแก่ประชาชน ขณะที่สถาบันตุลาการกำลังถูกสั่นคลอน คนส่วนใหญ่มองด้วยความไม่สบายใจ และรู้สึกว่าสังคมขาดความยุติธรรม ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม และยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เพราะหากความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีก็จะไม่เกิด และยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องรักษาความยุติธรรมให้ได้

ทั้งนี้ ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน ต้องไม่ยึดติดกับรูปแบบของการเมืองที่สำคัญคือความสมานฉันท์ของคนในชาติ ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ คิดทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และที่กำลังจะผ่านไป คนในสังคมต้องรับผิดชอบร่วมกัน สามารถทำเอกภาพบนความหลากหลายได้ ต้องให้อภัยกัน อย่าเอาไฟดับไฟ แต่ให้เอาน้ำดับไฟ เชื่อว่าสามารถทำได้

ด้าน มุขนายกเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ตัวแทนศาสนาคริสต์ กล่าวว่า ต้องเปิดใจให้กว้าง และขยายขีดจำกัดให้กว้างมากขึ้น เพื่อให้มีที่พอจะยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ขอให้ทุกคนร่วมกันแสวงหาทางออก เพราะสถานการณ์ขณะนี้ได้กระทบต่อทุกคนแล้ว การชุมนุมเรียกร้องแม้เป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น และไม่มีเจตนาแอบแฝง แม้ขณะนี้สถานการณ์บานปลาย แต่ทุกคนไม่ควรจะหมดหวัง หันหน้ามาพูดคุยเจรจาหาทางออกให้สังคมด้วยสันติวิธี

มุขนายกเกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้จะปล่อยให้ดำเนินต่อไปไม่ได้ ประเทศไทยทั้งหมดจะพ่ายแพ้และสูญเสียมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงขอวิงวอนให้พี่น้องคนไทยทุกฝ่าย ขอให้หยุดการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่การใช้ความรุนแรง และการเจรจาได้จะต้องมีท่าทีประนีประนอม ผ่อนปรน และเปิดใจให้กว้างมากขึ้น ฝ่ายใดที่ปฏิเสธการเจรจา ฝ่ายใดที่ทำให้เกิดความไม่สงบในสังคมไทย จะถือว่าฝ่ายนั้นเป็นผู้ทำร้ายประเทศไทย แม้แต่ศัตรูเรายังสอนให้อภัยกันได้ แต่นี่เป็นคนไทย ไม่ใช่ศัตรูกัน จึงน่าจะให้อภัยกันได้ง่ายกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท