
ขงรัฐเพิ่มงบให้เด็กชนบทอิ่มท้อง
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน / ธเนศน์ นุ่นมัน
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน / ธเนศน์ นุ่นมัน
หากอ้างอิงตามผลสำรวจของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อปี 2554 จะพบว่ามีเด็กไทยไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน ที่ประสบกับวิกฤตด้านสุขภาพ
กล่าวคือ มีสัดส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน จำแนกเป็นน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ 2.2 แสนราย น้ำหนักสูงกว่าเกณฑ์ 6 แสนราย และมีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ 2.6 แสนราย
สาเหตุแห่งความไม่สมดุล พุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมการกินเป็นหลัก
นำมาสู่แนวทางการแก้ไข หนึ่งในนั้นคือ “การเพิ่มงบประมาณรายหัว” สนับสนุนอาหารกลางวันเด็ก
ย้อนกลับไปปี 2551 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยุค สมัคร สุนทรเวช มีมติเมื่อวันที่ 29 ก.ค. เห็นชอบในหลักการปรับเพิ่มงบประมาณเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน จากหัวละ 10 บาท เป็น 13 บาท โดยให้สนับสนุนทั้งสิ้น 200 วัน
เรื่อยมาจนถึงปี 2552 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการในขณะนั้น ได้เสนอให้ ครม. สนับสนุนงบประมาณในอัตราเดิม แต่ให้ขยายการครอบคลุมเด็กนักเรียนจำนวนมากขึ้น ... กระทั่งปัจจุบันปี 2556 อัตราค่าหัวอาหารกลางวันเด็กก็ยังย่ำอยู่กับที่ที่ 13 บาทเช่นเดิม
สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย อธิบายว่า แม้ว่างบประมาณรายหัว 13 บาท จะทำให้เด็กอิ่มท้องได้ แต่ไม่เพียงพอสำหรับให้เด็กอิ่มสารอาหาร
“งบ 13 บาท ซื้อข้าวให้เด็กกินอิ่มได้ ต้มน้ำแกงได้ แต่ไม่เพียงพอที่จะซื้อไข่ เนื้อสัตว์ ตับ หรือผลไม้ ปัญหาที่จะตามมาก็คือเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลต่อสมอง สมาธิ สติปัญญา ไอคิว” นักโภชนาการรายนี้ระบุ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เด็กชั้นประถมอายุ 614 ปี ต้องการพลังงานมื้อละประมาณ 280400 กิโลแคลอรี ซึ่งจำเป็นต้องกินสิ่งเหล่านั้น
ผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย บอกอีกว่า จากการนำร่องโครงการโภชนาการสมวัยใน 9 จังหวัด ระหว่างปี 25522556 พบว่าผลสำรวจเด็กในชนบท 46% ไม่ได้กินอาหารเช้า เมื่อมาโรงเรียนก็ต้องเจออาหารกลางวันที่ไม่มีคุณภาพ หากเป็นเด็กที่พ่อแม่ยากจนก็ต้องเจออาหารที่ไม่ดีซ้ำอีกในมื้อเย็น ถามว่าพัฒนาการของเด็กจะเป็นอย่างไร
“งบประมาณหัวละ 20 บาท คืออัตราที่เหมาะสม” คือบทสรุปของโครงการนำร่อง
อาจารย์สง่า เสนอว่า นอกจากเพิ่มงบประมาณเป็นหัวละ 20 บาทแล้ว จำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพคนปรุงอาหาร สร้างมาตรฐานกลางของทุกโรงเรียน จัดให้มีนักโภชนาการให้ความรู้ครู และจัดเมนูในโรงเรียน พร้อมกันนี้ต้องสนับสนุนการทำเกษตรในโรงเรียนอย่างจริงจัง
“ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องลงทุนเพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลเพื่อสร้างชาติ แม้จะเป็นเงินหลักพันล้านก็ถือว่าคุ้มค่า” สง่า ระบุ
อย่างไรก็ดี อนาคตอันใกล้มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา มีมติเตรียมทำเรื่องเสนอให้ ครม. เพิ่มเงินรายหัวค่าอาหารกลางวัน จาก 13 บาท เป็น 20 บาท รวมถึงขอปรับให้กองทุนครอบคลุมถึงอาหารมื้อเช้าและเย็นด้วย
นอกจากนี้ ยังขออนุมัติใช้ดอกผลของกองทุนอาหารกลางวัน จำนวน 210 ล้านบาท มาใช้ในโครงการเพิ่มผลผลิตอาหารกลางวันในโรงเรียน โดยจะสนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนนำไปทำการเกษตร เพื่อนำผลผลิตมาประกอบอาหารกลางวัน
พนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้รายละเอียดว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้ใช้ดอกผลกองทุนอีก 372 ล้านบาท เพื่อเติมเต็มงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้โรงเรียน 4,594 โรง ที่มีนักเรียนอยู่ในภาวะทุพโภชนาการร่วม 3.7 แสนคน







