posttoday
ห้างราชประสงค์เสียวเพิ่มมาตรการรับม็อบ

ห้างราชประสงค์เสียวเพิ่มมาตรการรับม็อบ

16 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์หนาว ม็อบย้ายที่ชุมนุม หามาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเอาเอง

สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการได้มีการประเมินสถานการณ์ใหม่หลังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ย้ายการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศมาชุมนุมที่แยกราชประสงค์เพียงจุดเดียว โดยเบื้องต้นให้สมาชิกตัดสินใจเองว่าจะเปิดให้บริการหรือไม่ และให้เน้นการดูแลทรัพย์สินและกันพื้นที่รอบอาคาร

สำหรับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จะปิดบริการ หลังจากที่มีการเปิดบริการเป็นบางวัน โดยห้างที่ปิด ได้แก่ สยามพารากอน บิ๊กซี เซ็นทรัลเวิลด์ เกษรพลาซา

ด้านอาซาฮี ชิมบุน หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นรายงานว่า นายฟูจิโอะมิตาราอิ ประธานไคดันเรน(สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น) กล่าวว่า มีบริษัทญี่ปุ่นมากถึง 7,000 บริษัทเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในไทย โดยบริษัท อิเซตัน ซึ่งเป็นผู้บริหารกิจการห้างสรรพสินค้า ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์ในไทยเพราะสาขาในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใกล้จุดชุมนุมมากที่สุด และต้องปิดห้างมาตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.

อาซาฮี ชิมบุน ระบุว่า เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้กับห้างอิเซตันเป็นอย่างมากเพราะเป็นช่วงที่จัดเทศกาลฮอกไกโด (เทศกาลอาหาร) ซึ่งเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากคนไทย ยังไม่รู้ว่ากิจการจะเปิดดำเนินการได้เป็นปกติเมื่อใด นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานใน กทม. ก็มีความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิตอาซาฮีระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งเป็นห่วงพนักงานของตนในกรุงเทพฯว่าอาจเป็นอันตรายจากเหตุการณ์ทางการเมืองในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ ได้แจ้งเตือนพนักงานห้ามไม่ให้เข้าร่วม หรือแม้แต่กระทั่งถ่ายภาพการชุมนุม ในขณะที่บริษัทฮิตาชิ แจ้งต่อสาขาในเมืองไทยให้ลดจำนวนพนักงานประจำลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทคินกิ นิปปอน ทัวร์ริสต์ เปิดเผยว่ายอดจองการเดินทางท่องเที่ยวมายังไทยลดฮวบลงและหวังว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะยุติลงก่อนหน้าที่คนญี่ปุ่นจะตัดสินใจไม่เดินทางมาไทยทั้งหมด

ทางด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานในวันเดียวกันว่า แม้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี กำลังตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก แต่การพ้นจากตำแหน่งของนายอภิสิทธิ์ ก็อาจไม่พอที่จะยุติความวุ่นวายในทางการเมืองในขณะนี้ได้ เพราะกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ปฏิเสธการเจรจาต่อรองใดๆ ยังอาจมีเป้าหมายอย่างอื่นอยู่ในใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการต่อคณะองคมนตรี ที่ตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มคนเสื้อแดงมาโดยตลอด

ส่วนนิวยอร์ก ไทม์ส รายงานในวันเดียวกัน อ้างความเห็นของนางซาราห์ อี.เมนเดลสัน ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ขบวนการเคลื่อนไหวที่อาศัยมวลชนในไทยในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ขบวนการประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะสิ่งที่ขบวนการทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงในไทยตั้งเป้าหมายเอาไว้ก็คือการได้รับการสนับสนุนจากกองทัพที่ถืออาวุธ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีแนวโน้มเป็นรัฐบาลอำนาจนิยมขึ้นมาหลังจากนั้น ในรายงานข่าวชิ้นเดียวกันนี้ นิวยอร์ก ไทม์สอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายไมเคิล อิสเซนเบิร์ก หัวหน้าแผนกธุรกิจของแอคคอร์บริษัทผู้ดำเนินกิจการโรงแรมจากฝรั่งเศส ที่มีโรงแรมในเครืออยู่ 23 แห่งในกรุงเทพฯระบุว่าอัตราการเข้าพักลดลงจาก 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ทันทีเป็นผลจากการชุมนุมประท้วงโดยตรง

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างรายงานจากสำนักวิจัยของมอร์แกน สแตนเลย์ ธนาคารวาณิชธนกิจชื่อดังคาดการณ์ว่า การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้จะส่งผลกระทบทำให้ อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ลดลง0.2 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลมาจากผลกระทบในทางลบที่การชุมนุมมีต่อการท่องเที่ยวทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งนอกจากจะคิดเป็น6 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีแล้ว ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานมากถึง 1.8 ล้านคนอีกด้วย เพราะมีการชุมนุมใกล้สถานที่ทำงาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท