posttoday
เมกะเทรนด์ที่ 3 : AEC การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 4 ประการ

เมกะเทรนด์ที่ 3 : AEC การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 4 ประการ

04 มิถุนายน 2556

คุณผู้อ่านจำได้ไหมครับว่า... เราได้คุยกันเรื่องเมกะเทรนด์กันไปแล้ว 2 ตัวด้วยกัน คือ เมกะเทรนด์ตัวที่ 1 : ธุรกิจ 3G เมกะเทรนด์...ที่นักลงทุนพลาดไม่ได้ (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 พ.ค. 2556) ต่อมาก็เป็นเมกะเทรนด์ตัวที่ 2 : “ทีวีดิจิตอล” เมกะเทรนด์...แห่งโอกาส (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 23 พ.ค. 2556) วันนี้ผมจะพูดถึงเมกะเทรนด์ตัวที่ 3 จากทั้งหมด 7 ตัว ที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย และเมกะเทรนด์ตัวที่ 3 นั่นก็คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic CommunityAEC)

คุณผู้อ่านจำได้ไหมครับว่า... เราได้คุยกันเรื่องเมกะเทรนด์กันไปแล้ว 2 ตัวด้วยกัน คือ เมกะเทรนด์ตัวที่ 1 : ธุรกิจ 3G เมกะเทรนด์...ที่นักลงทุนพลาดไม่ได้ (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 พ.ค. 2556) ต่อมาก็เป็นเมกะเทรนด์ตัวที่ 2 : “ทีวีดิจิตอล” เมกะเทรนด์...แห่งโอกาส (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 23 พ.ค. 2556) วันนี้ผมจะพูดถึงเมกะเทรนด์ตัวที่ 3 จากทั้งหมด 7 ตัว ที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย และเมกะเทรนด์ตัวที่ 3 นั่นก็คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic CommunityAEC)

AEC ถือได้ว่าเป็นเขตการค้าเสรีในระดับที่ 3 ที่เรียกว่า ตลาดร่วม (Common Market) ซึ่งจะมีปัจจัยการผลิตที่จะเปิดให้เคลื่อนย้ายโดยเสรี 4 ประเภทด้วยกัน คือ สินค้า เงินทุน แรงงาน และบริการ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงคิดว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ 4 ประการ (4 Big Changes) ด้วยกันดังนี้ครับ

หนึ่ง Big Change in LOGISTICS

การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่หลังจากการเปิด AEC ประการแรกก็คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านระบบขนส่ง โดยประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของระบบการขนส่งในการเชื่อมโยงอาเซียนเข้าด้วยกัน โดยมีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทยกับพม่า จะมีการเชื่อมโยง 4 เส้นทาง คือ เส้นทางที่หนึ่ง แม่สอดเมียวดี จากแม่สอด จ.ตาก ไปเมืองพะอันของพม่า แยกไปเมืองย่างกุ้ง หรือแยกไปท่าเรือทวายได้

เส้นทางที่สอง ด่านเจดีย์สามองค์ตันบูซายัด จากด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ไปยังตันบูซายัด เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของพม่า และสามารถเชื่อมไปยังจีนตอนใต้ได้ เส้นทางที่สาม พุน้ำร้อนทวาย จาก จ.กาญจนบุรี ไปสู่เมืองทวาย และเส้นทางสุดท้าย ด่านสิงขรมะริด จากด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปยังเมืองตะนาวศรีและเมืองมะริด ทางตอนใต้ของพม่า

นอกจากนั้น ยังมีรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ระหว่างการวางแผนก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯหนองคาย และอื่นๆ เพื่อที่จะเชื่อมโยงทั้งภูมิภาคอาเซียนเข้ากับจีนในที่สุด

เส้นทางที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น และบางส่วนก็เสร็จแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นั่นหมายถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว การค้าปลีก โทรคมนาคม และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะตามมาอีกเป็นจำนวนมหาศาล

สอง Big Change in PRODUCTION

อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อคำว่า “พรมแดน” มีความสำคัญน้อยลง นั่นหมายถึงจำนวนคู่แข่งขันที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมเหล่านี้อีกมหาศาล ซึ่งเรายังต้องคิดถึงบรรดาประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ที่มีค่าแรงต่ำกว่าเมืองไทยถึงเกือบเท่าตัว ดังนั้นบรรดานักลงทุนที่เล่นหุ้นในอุตสาหกรรมที่เน้นแรงงาน (Labor Intensive Industry) จึงต้องพึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

แต่หลังจากการเปิด AEC แล้ว จากนี้ไปหลายบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จาก “บีโอไอ” เมื่อครบระยะเวลาแล้ว ก็มักจะขยายการผลิตด้วยการเปิดบริษัทใหม่ แล้วบริษัทใหม่ในเครือก็จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นก็ดีขึ้น จากนี้ไปโอกาสที่จะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ก็จะค่อยๆ หมดลง คุณผู้อ่านที่เป็นนักลงทุนก็คงต้องพึงระวังไว้ด้วย

สาม Big Change in TOURISM

ปรากฏการณ์จากภาพยนตร์จีนเรื่อง “Lost in Thailand” ซึ่งติดอันดับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศจีน และได้ถ่ายทำเกือบทั้งเรื่องใน จ.เชียงใหม่ ก็ได้ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา จ.เชียงใหม่และประเทศไทย จนจำนวนที่นั่งเกือบทุกสายการบินถูกจองเต็มไปหมด

นอกจากนั้น องค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization : WTO) ยังคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ก้าวสู่การเป็น AEC อย่างสมบูรณ์ จากระดับเฉลี่ย 67.5 ล้านคนต่อปีในช่วงปี 2554 ซึ่งเรากำลังพูดถึงตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยที่เข้ามาในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นถึง 78% ทีเดียว และจะทำให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ทั้งนี้ โอกาสของการท่องเที่ยวของไทยที่เห็นเด่นชัดก็คือ ข้อได้เปรียบในการใช้ประเทศไทยเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน (Gateway to Asean) เมื่อมีการเปิด AEC แล้ว

สี่ Big Change in INVESTMENT

หลังการเปิด AEC เราจะได้เห็นนักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น แนวโน้มนี้จะมีอย่างต่อเนื่องไปอีกยาวนาน ซึ่งผมมองว่าการออกไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่เฝ้ามองโอกาสในการเปิด AEC และจะขยับขยายตัวจากการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ ในประเทศไทยไปเป็นผู้นำในสินค้านั้นๆ ในอาเซียน และมุ่งหวังที่จะขยับขยายไปสู่หนึ่งในผู้นำของเอเชีย

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่มีเงินลงทุนน้อย กลุ่มนี้มักจะเป็นอุตสาหกรรมประเภทเอสเอ็มอี ซึ่งจะมีปฏิกิริยาไวต่อปัญหาต่างๆ มากกว่ากลุ่มแรก หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน กลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มจะย้ายฐานไปอยู่ในประเทศในกลุ่ม CLMV แล้ว

อย่างไรก็ตาม Big Changes ที่กล่าวไปแล้วทั้ง 4 ข้อ จะสำเร็จได้ก็คงต้องได้รับความร่วมมือ ความสมัครสมานสามัคคี และความเสียสละของบรรดาประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน ทำให้นึกถึงคำพูดของ แมทที สเต็ปพาเนค (Mattie Stepanek) นักกวีชาวอเมริกัน ที่กล่าวถึงความสามัคคีไว้ว่า “Unity is strength... when there is teamwork and collaboration, wonderful things can be achieved.” แปลตามความได้ว่า “ความสามัคคี จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังได้ ก็ต่อเมื่อมันจะต้องมีการทำงานเป็นทีมและการประสานงานกัน และบรรดาสิ่งมหัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นตามมา”

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย