
รักษาประโยชน์ชาติ
การนำเข้าซูเปอร์คาร์ หรือรถหรู ของเล่นมหาเศรษฐี โดยวิธีการหลบเลี่ยงกฎหมายจะต้องได้รับการชำระสะสาง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีเอี่ยวในขบวนการเหล่านี้ด้วย
การนำเข้าซูเปอร์คาร์ หรือรถหรู ของเล่นมหาเศรษฐี โดยวิธีการหลบเลี่ยงกฎหมายจะต้องได้รับการชำระสะสาง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีเอี่ยวในขบวนการเหล่านี้ด้วย
ไม่ว่ารถยนต์ยี่ห้อแลมโบร์กินี เฟอร์รารี เบนท์ลีย์ บีเอ็มดับเบิลยู ที่เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นบริเวณ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนหน้านี้ ฉายภาพขบวนซิกแซ็กการเลี่ยงภาษีที่ดำรงอยู่อย่างชัดเจน
ยอดนำเข้ารถทุกประเภทที่มีการจดทะเบียนในปัจจุบันมีประมาณปีละ 1 หมื่นคัน สาเหตุที่มีความพยายามหลบเลี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์หรู เพราะหากดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่ละคันจะต้องจ่ายภาษีถึง 1 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งในแต่ละปีมีรถยนต์หลบเลี่ยงภาษีกว่า 1 หมื่นคัน
ข้อมูลจากปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ผู้นำเข้ารถอิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต มีการลักลอบการเสียภาษี ทำให้ประเทศชาติสูญเสียเม็ดเงินที่ควรจะได้ไปแล้วกว่า 56 หมื่นล้านบาท
ด้วยเพราะรถยนต์นำเข้าประเภทนี้จะต้องยื่นขอตรวจสอบคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายตกคันละ 124,162 บาท
ขณะเดียวกัน มติคณะรัฐมนตรี ได้อนุโลมให้จดทะเบียนได้ หากเป็นรถที่นำเข้า หรือประกอบก่อนวันที่ 1 มิ.ย.ของปีนี้ ทำให้ผู้นำเข้าในฐานะผู้ครอบครองรถต้องรีบจดทะเบียนให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันเวลา
ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ กรมศุลกากร กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีหน้าที่ในแต่ละส่วน จะต้องหาทางปิดช่องโหว่เหล่านี้ไม่ให้ชาติเสียประโยชน์
ขณะที่ผู้นำเข้ารถประเภทนี้ก็ต้องมีสำนึกต่อการประกอบธุรกิจ โดยไม่หวังเพียงกำไร และปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
การที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยอธิบดี ธาริต เพ็งดิษฐ์ ขอโอนการสอบสวนเรื่องนี้จากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นคดีพิเศษ ก็ควรใช้อำนาจดำเนินการตรงไปตรงมา เพราะการนำเข้ารถหรูเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักการเมือง เครือญาตินักการเมืองผู้มั่งคั่ง
ดีเอสไออย่าดำเนินการเรื่องนี้ในลักษณะปากว่าตาขยิบ หรือฉวยโอกาสเข้าไปช่วยเหลือพวกพ้องของคนในรัฐบาลเสียเอง
หาไม่จะถูกติฉินนินทาเป็นอีกหนึ่งในขบวนการที่ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ เช่นเรื่องราวฉาวโฉ่ที่กำลังมีการกระชากหน้ากากกันอยู่ในขณะนี้







