posttoday
เข้าใจให้ถูก

เข้าใจให้ถูก

04 มิถุนายน 2556

ในที่สุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีมติเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.50% ด้วยเหตุผลว่าเงินเฟ้อต่ำ และเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกเริ่มชะลอตัว ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีนักวิเคราะห์หลายท่านให้ความเห็นว่าลดช้าเกินไป หรือลดน้อยเกินไปก็ตาม เพราะการลดเป็นการแสดงให้ต่างประเทศเห็นว่าประเทศไทยมีเอกภาพและเอาจริงกับการรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และทำให้หน่วยธุรกิจของไทยสามารถแข่งขันได้ ทั้งนี้ค่าเงินบาทได้อ่อนตัวรับข่าวล่วงหน้าแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่กระทรวงการคลังได้เตรียมดำเนินการออกมาตรการที่จำเป็นในการควบคุมเงินทุนต่างประเทศที่จะไหลเข้ามาอีกในอนาคต พร้อมกับการเร่งให้รัฐวิสาหกิจชำระเงินและคืนเงินกู้ล่วงหน้าไปยังต่างประเทศในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากไม่ได้มีมาตรการร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและ ธปท. แล้ว ค่าเงินบาทก็คงแข็งกว่านี้มาก

ในที่สุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีมติเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.50% ด้วยเหตุผลว่าเงินเฟ้อต่ำ และเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกเริ่มชะลอตัว ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีนักวิเคราะห์หลายท่านให้ความเห็นว่าลดช้าเกินไป หรือลดน้อยเกินไปก็ตาม เพราะการลดเป็นการแสดงให้ต่างประเทศเห็นว่าประเทศไทยมีเอกภาพและเอาจริงกับการรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และทำให้หน่วยธุรกิจของไทยสามารถแข่งขันได้ ทั้งนี้ค่าเงินบาทได้อ่อนตัวรับข่าวล่วงหน้าแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่กระทรวงการคลังได้เตรียมดำเนินการออกมาตรการที่จำเป็นในการควบคุมเงินทุนต่างประเทศที่จะไหลเข้ามาอีกในอนาคต พร้อมกับการเร่งให้รัฐวิสาหกิจชำระเงินและคืนเงินกู้ล่วงหน้าไปยังต่างประเทศในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากไม่ได้มีมาตรการร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและ ธปท. แล้ว ค่าเงินบาทก็คงแข็งกว่านี้มาก

เรื่องที่ผู้เขียนเป็นห่วง คือ เรื่องการเสนอตัวเลขการส่งออกในเดือน เม.ย. ที่ผิดพลาด โดยมีการประกาศก่อนหน้านี้ว่าการส่งออกในเดือน เม.ย. มีการขยายตัวถึง 10.52% แทนที่จะเป็นตัวเลขจริงที่ 2.89% เท่านั้น ซึ่งในขณะนั้นผู้เขียนเองก็ยังแปลกใจกับตัวเลขก่อนหน้านี้ เพราะช่วงนั้นค่าเงินบาทแข็งค่าทั้งเดือน จึงไม่ทราบว่า กนง. ได้ใช้ตัวเลขนี้ในการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ เพราะถ้าใช้ตัวเลขที่ถูกต้อง กนง. อาจจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเป็น 0.5% ก็ได้ ดังนั้นจึงอยากให้มีการตรวจสอบตัวเลขทางเศรษฐกิจให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนที่จะมีการประกาศ และขอย้ำว่าข้อมูลที่ผิดจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดได้

สิ่งที่ ธปท.ควรดำเนินการหลังจากนี้ นอกจากการที่จะต้องติดตามสภาวะเศรษฐกิจและควบคุมสถาบันการเงินเพื่อไม่ให้เกิดฟองสบู่ในด้านต่างๆ แล้ว อยากให้พิจารณาเรื่องการลดส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้ว่าท่านผู้ว่าฯ จะเคยออกมาชี้แจงว่าส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้ของไทยโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่ในความเป็นจริง อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินคิดกับลูกค้ารายใหญ่และกับลูกค้ารายย่อยนั้นต่างกันอย่างมาก จึงอยากให้ ธปท.เข้าไปควบคุมในเรื่องนี้ให้เหมาะสม ไม่ใช่ว่าต้องเท่ากัน แต่อย่าให้ต่างกันมากเหมือนในปัจจุบัน ทั้งนี้รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ด้วย อย่าให้มีการเอาเปรียบลูกค้ารายย่อยจนมากเกินไป

การควบคุมอัตราดอกเบี้ยสำหรับรายย่อยนี้ ยังจะเป็นการช่วยลดภาระและป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสียในหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจนหลายฝ่ายกังวลกันอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้เขียนเห็นว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว หนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่เสียหาย แถมยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับความเป็นอยู่ของภาคครัวเรือน ตราบใดที่ภาคครัวเรือนสามารถหารายได้มาชำระหนี้คืนได้ โดยจากข้อมูลพบว่าหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเรื่องบ้านและรถยนต์ ดังนั้นหากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง รายได้ภาคครัวเรือนก็น่าจะเพียงพอในการชำระหนี้ การลดส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก โดยลดอัตราดอกเบี้ยในภาคครัวเรือน จะช่วยแบ่งเบาภาระได้อย่างมาก

เมื่อพูดถึงการให้ข้อมูลที่ผิดแล้ว ก็ต้องขอพูดถึงการอภิปรายงบประมาณที่เพิ่งผ่านมา ทั้งนี้ผู้เขียนต้องขอทักท้วงท่านอดีตนายกฯ และผู้นำฝ่ายค้าน เพราะไม่อยากให้ประชาชนจำนวนมากที่ได้ฟังท่านแล้วอาจจะได้ข้อมูลที่ผิด โดยท่านได้พูดถึงการที่รัฐบาลจะได้เงินชดเชยงบประมาณจากการลอยตัวราคาก๊าซ LPG ซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ก็เพราะกองทุนน้ำมันฯ ที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันทุกชนิดเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเงินไปสนับสนุนราคาก๊าซ LPG นี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับงบประมาณของประเทศเลย และเมื่อลอยตัวราคาก๊าซ LPG แต่ยังคงช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยแล้ว กองทุนน้ำมันฯ จะมีภาระในการสนับสนุนราคาก๊าซ LPG น้อยลง และสามารถนำเงินกองทุนไปรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันตามหน้าที่หลักของกองทุนนี้ ดังนั้นจึงอยากให้ท่านได้ศึกษาข้อมูลให้ถูกต้องก่อนที่จะนำมาใช้ในการอภิปราย และในสมัยที่ท่านเป็นรัฐบาล ท่านเองก็เป็นผู้ริเริ่มในการลอยตัวราคาก๊าซ LPG ในภาคอุตสาหกรรมจาก 18 บาท เป็น 30 บาท เพราะท่านก็คงเห็นความจำเป็นในเรื่องนี้ อีกทั้งท่าน สส.อลงกรณ์ พลบุตร ก็ยังเคยมาบอกผู้เขียนว่า เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นทางการเมือง คือ เรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันเว้นการจัดเก็บ และท่านผู้นำฝ่ายค้านได้นำมาอภิปรายเช่นกัน ทั้งนี้เพราะภาษีสรรพสามิตน้ำมันนี้มีการจัดเก็บกันทั่วโลก เพราะทุกประเทศต้องการภาษีนี้ไปใช้ในการสร้างถนนและการซ่อมแซม ซึ่งการเก็บภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันจะเป็นเรื่องที่ยุติธรรมที่สุด คือ ผู้ใช้ถนนมาก เติมน้ำมันมาก ก็ต้องจ่ายภาษีมากตามไปด้วย และประเทศไทยมีสัดส่วนการเก็บภาษีต่อรายได้ประชาชาติที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว อีกทั้งความสามารถในการจัดเก็บภาษีทางตรงก็มีน้อย ดังนั้นการเก็บภาษีทางอ้อมจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากสุด

อยากให้ทุกฝ่ายมองเห็นประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก อย่าเห็นทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมดเลยครับ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์